ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 519/2522

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 519/2522ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัดโจทก์นายอรุณ แสงสว่างวัฒนะจำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ป.วิ.พ. ม. 148โจทก์เคยฟ้องจำเลยเป็นคดีล้มละลาย โดยอาศัยหนี้ที่ยังมิได้ตั้งหลักฐานขึ้นโดยคำพิพากษาชั้นที่สุดของศาล ต่อมาหนี้ดังกล่าวได้ตั้งหลักฐานขึ้นโดยคำพิพากษาชั้นที่สุดของศาลแล้ว โจทก์บังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยออกขายทอดตลาดได้เงินไม่พอชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงนำคดีมาฟ้องขอให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลายดังนี้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำโจทก์ฟ้องว่า บริษัทแสงอรุณ จำกัด เป็นหนี้โจทก์ตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชี ซึ่งจำเลยได้ทำสัญญาค้ำประกันร่วมรับผิดไว้ ศาลได้พิพากษาให้บริษัทดังกล่าวล้มละลายแล้วโจทก์ได้ฟ้องจำเลยในฐานะผู้ค้ำประกัน ศาลได้พิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ จำเลยเป็นหนี้โจทก์อยู่เป็นเงินหนึ่งล้านบาทเศษ ไม่มีทรัพย์สินที่จะชำระหนี้ได้ โจทก์มีหนังสือทวงถามให้จำเลยชำระหนี้เกินกว่าสองครั้ง จำเลยเพิกเฉย ถือว่าจำเลยเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวรายเดียวมีจำนวนแน่นอนเกินกว่าสามหมื่นบาทและถึงกำหนดชำระแล้วตามพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มาตรา 8(5)(9), 9 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2511 ขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยโดยเด็ดขาดและพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลายจำเลยให้การว่า โจทก์เคยฟ้องบริษัทแสงอรุณ จำกัด และจำเลยให้ล้มละลาย แต่ศาลพิพากษายกฟ้อง ตามคดีล้มละลายหมายเลขแดงที่ 32/2506 ไม่มีหนี้ที่บริษัทแสงอรุณ จำกัด จะต้องชำระให้โจทก์อีก โจทก์จะเรียกร้องเอาจากจำเลยไม่ได้ หนี้ที่โจทก์อ้างมิใช่หนี้แน่นอน จำเลยมิใช่เป็นบุคคลมีหนี้สินล้นพ้นตัว ฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ คดีโจทก์ขาดอายุความขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด