ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 662/2522

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 662/2522พนักงานอัยการจังหวัดอ่างทองโจทก์นายอุ่ม แสงสว่างจำเลย ป.วิ.พ. ม. 192 ป.ที่ดิน ม. 108 ทวิ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ข้อ 11ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 108ทวิ ศาลจะมีอำนาจสั่งให้จำเลยออกไปจากที่พิพาทได้ ก็ต่อเมื่อศาลพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดเมื่อศาลวินิจฉัยว่า จำเลยเข้าครอบครองปลูกสร้างโรงรถลงในที่พิพาทซึ่งเป็นที่สาธารณประโยชน์ที่ราษฎรใช้ร่วมกัน โดยเข้าใจว่าเป็นที่ของบิดามารดาจำเลยไม่มีความผิดอาญา ดังนี้ กรณีย่อมไม่ต้องตามบทบัญญัติดังกล่าว จึงจะพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนโรงรถออกจากที่พิพาทมิได้โจทก์ฟ้องขอให้ศาลสั่งริบโรงรถที่จำเลยปลูกสร้างลงในที่พิพาทศาลย่อมไม่มีอำนาจสั่งให้จำเลยรื้อถอนโรงรถออกไปจากที่พิพาทเพราะเกินคำขอโจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้บังอาจเข้าไปยึดถือครอบครองปลูกสร้างโรงรถเป็นเนื้อที่ประมาณ 152 ตารางเมตร ลงในที่ดินอันเป็นที่สาธารณะประโยชน์ที่ราษฎรใช้ร่วมกัน ที่ดินดังกล่าวมิได้อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยการเหมืองแร่และการป่าไม้ โดยจำเลยไม่มีสิทธิครอบครองหรือได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108,108 ทวิ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ข้อ 11 กับสั่งให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินที่บุกรุกและริบโรงรถของจำเลยเสียด้วยจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า คดียังเป็นที่สงสัยว่าที่พิพาทจะใช่ที่สาธารณะประโยชน์หรือไม่ จำเลยเชื่อโดยสุจริตว่าที่ดินนั้นเป็นของตน ไม่มีเจตนาบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครอง พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ว่าที่พิพาทเป็นที่สาธารณะ และจำเลยรู้ดีอยู่แล้วศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าที่พิพาทเป็นของนายจับ นางดีมาแต่เดิม แล้วนายจับ นางดีได้สละสิทธิครอบครองอุทิศให