ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2909/2524นายชูยศ วรรธนะหทัยโจทก์องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46, ข้อ 47(6) ป.วิ.พ. ม. 1 (10), ม. 180 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 31, ม. 54เมื่อคดีไม่ปรากฏว่าศาลแรงงานกลางได้ทำการชี้สองสถานหรือทำการสืบพยานโจทก์ย่อมยื่นคำร้องแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องได้ก่อนศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษาเมื่อศาลแรงงานกลางฟังว่าโจทก์มิได้จงใจทำความเสียหายให้จำเลยจำเลยจะอุทธรณ์ว่าการกระทำของโจทก์ย่อมเล็งเห็นผลทำให้จำเลยเสียหายอันเป็นการโต้แย้งคำวินิจฉัยในข้อเท็จจริงมิได้อุทธรณ์จำเลยต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54วรรคแรกข้อยกเว้นซึ่งนายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ ลูกจ้างประจำซึ่งเลิกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน 2515 ข้อ 47(6) ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกหมายถึงได้รับโทษตามคำพิพากษาของศาลให้จำคุกคดีถึงที่สุดขณะที่เป็นลูกจ้างหาใช่ได้รับโทษและพ้นโทษมาแล้วจึงมาเป็นลูกจ้างไม่โจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2523 จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุเป็นผู้ขาดคุณสมบัติโดยไม่จ่ายค่าชดเชยและเงินโบนัสประจำปี 2523 ให้ ขอให้บังคับจำลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 5,550 บาท และเงินโบนัสจำนวน 1,700 บาทแก่โจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยให้โจทก์ออกจากงานเพราะโจทก์เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกฐานยาเสพติดไว้ในครอบครอง ถือว่าโจทก์เป็นผู้ขาดคุณสมบัติและมีความผิดตามข้อบังคับว่าด้วยวินัยและโทษผิดวินัยขององค์การโทรศัพท์ประเทศไทย พ.ศ. 2518 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที