ปัญหาว่าสมควรริบผ้าของกลางตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33 หรือไม่
การริบทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33 ต้องเป็นทรัพย์สินที่มีไว้เป็นความผิด หรือใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด หรือได้มาโดยการกระทำความผิด หากไม่เข้าเงื่อนไขดังกล่าว จะริบไม่ได้
พิพากษายืน ไม่ริบผ้าของกลาง
จำเลยครอบครองผ้าของกลางเกินจำนวนที่ได้รับอนุญาตตามประกาศควบคุมที่ออกตามพระราชกำหนดควบคุมสินค้าตามชายแดน พ.ศ. 2524 โดยผ้าของกลางมิใช่ทรัพย์สินที่มีไว้เป็นความผิด มิใช่ทรัพย์สินที่ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด และมิใช่ทรัพย์สินที่ได้มาโดยการกระทำความผิด
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 486/2526อัยการกบินทร์บุรีโจทก์นางประไพ สุวิสุทธิมนตรีจำเลย ป.อ. ม. 32, ม. 33 พ.ร.ก.ควบคุมสินค้าตามชายแดน พ.ศ.2524 จำเลยมิได้รับอนุญาตให้มีผ้าของกลางไว้ในความครอบครองซึ่งมีจำนวนและปริมาณเกินตามประกาศควบคุมออกโดยอาศัยอำนาจตาม พระราชกำหนดควบคุมสินค้าตามชายแดนฯ ผ้าของกลางมิใช่ทรัพย์สินที่มีไว้เป็นความผิดและที่จำเลยได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด ทั้งมิใช่ได้มาโดยการกระทำความผิด จึงไม่ริบศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชกำหนดควบคุมสินค้าตามชายแดน พ.ศ. 2524 มาตรา 6, 7, 8, 9, 12, 13ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33 จำคุก 1 เดือน ปรับ 700 บาทโทษจำคุกให้รอไว้ 1 ปี ไม่ริบผ้าของกลาง โจทก์อุทธรณ์ขอให้ริบของกลางศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "โจทก์ฎีกาว่าพระราชกำหนดควบคุมสินค้าตามชายแดนไม่มีบทบัญญัติให้ริบของกลางไว้โดยเฉพาะต้องใช้บทบัญญัติตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33 ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย แต่เห็นว่าการกระทำอันเป็นความผิดของจำเลยเพียงแต่มิได้รับอนุญาตให้มีผ้าของกลางไว้ในความครอบครองซึ่งมีจำนวนและปริมาณเกินตามประกาศควบคุมเท่านั้น โดยสภาพผ้าของกลางมิใช่ทรัพย์สินที่มีไว้เป็นความผิดและมิใช่ทรัพย์สินที่จำเลยได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด ทั้งมิใช่เป็นทรัพย์สินที่จำเลยได้มาโดยการกระทำความผิดตามบทกฎหมายที่โจทก์ฎีกา ที่ศาลล่างทั้งสองศาลไม่ริบของกลางนั้นชอบแล้ว"พิพากษายืน(นิยม ติวุตานนท์-ศักดิ์ สนองชาติ-ม.ร.ว.ชัยวัฒน์ ชมพูนุท)แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ