การปลูกสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น และการอ้างความเข้าใจผิดของผู้ร้องสอดที่รับโอนสิทธิการเช่าและปลูกสร้างอาคารต่อจากจำเลย เป็นกา
ผู้ร้องสอดไม่ได้ขออนุญาตปลูกสร้างอาคารด้วยตนเอง การอ้างความเข้าใจผิดไม่เป็นข้ออ้างที่จะแก้ตัวได้ การกระทำดังกล่าวเป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2479 แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 142 พ.ศ. 2515
พิพากษายืน ให้จำเลยและผู้ร้องสอดรื้อถอนอาคารพิพาทออกไป หากไม่ยอมรื้อ ให้โจทก์เป็นผู้รื้อโดยให้จำเลยและผู้ร้องสอดเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย
จำเลยเช่าที่ดินแล้วปลูกสร้างอาคารโดยลงเข็มและตั้งเสาทั้งที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ผู้ร้องสอดรับโอนสิทธิการเช่าจากจำเลยและปลูกสร้างอาคารต่อมาจนเสร็จ โดยอ้างว่าเข้าใจผิดคิดว่าจำเลยได้รับอนุญาตแล้ว แต่ไม่ได้ขออนุญาตปลูกสร้างอาคารด้วยตนเอง ภายหลังผู้ร้องสอดยื่นคำร้องขอผ่อนผันใช้อาคาร ทางร
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 533/2526ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครฯ กับพวกโจทก์นายอภิศักดิ์ บุญเยาวลักษณ์จำเลยผู้ร้องสอดจำเลยนายสุทธินันท์ สุทธิวรชัยจำเลย พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 จำเลยเช่าที่ดินแล้วปลูกสร้างอาคารโดยลงเข็มและตั้งเสาทั้งที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ผู้ร้องสอดรับโอนสิทธิการเช่าจากจำเลยและปลูกสร้างอาคารต่อมาจนเสร็จจะอ้างความเข้าใจผิดคิดว่าจำเลยได้รับอนุญาตแล้วไม่ได้เมื่อผู้ร้องสอดไม่ได้ขออนุญาตปลูกสร้างอาคาร และภายหลังได้ยื่นคำร้องขอผ่อนผันใช้อาคาร ทางราชการก็มีคำสั่งไม่อนุญาต จำเลยและผู้ร้องสอดก็ต้องรื้ออาคารออกไปศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยและผู้ร้องสอดรื้อถอนอาคารพิพาทออกไป หากไม่ยอมรื้อ ให้โจทก์เป็นผู้รื้อโดยให้จำเลยและผู้ร้องสอดเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย ผู้ร้องสอดฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์มีว่าจำเลยยื่นคำร้องขออนุญาตปลูกสร้างอาคารเพื่ออยู่อาศัยลงในที่ดินโฉนดเลขที่ 6130 ซึ่งเป็นของนางเรืองยศ มุขวิชิต ที่ดินอยู่ที่เลขที่ 104ถนนพระรามที่ 6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานครแต่ทางราชการไม่อนุญาต ปรากฏต่อมาว่ามีการก่อสร้างจนเสร็จ โจทก์จึงฟ้องเป็นคดีนี้ เมื่อผู้ร้องยื่นคำร้องสอดมีข้อความรับทราบเนื้อความในฟ้องแล้ว ผู้ร้องสอดอ้างในคำร้องว่าได้รับโอนสิทธิการเช่าที่ดินรายนี้มาจากจำเลยทั้งผู้ร้องสอดยังได้เข้าทำสัญญาเช่าที่ดินจากนางเรืองยศแทนที่จำเลยอีกด้วย แต่ปรากฏในเอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 1 หมายเลข 2ว่า ผู้ร้องสอดเช่าที่ดินจากนางเรืองยศนั้นเป็นที่ดินโฉนดเลขที่ 93909ศาลฎีกาเห็นว่าเลขที่โฉนดผิดกันไปก็จริง แต่ต้นฉบับเอกสารนี้ผู้ร้องสอดส่งอ้างเป็นพยาน (หมาย ร.1 ร.2) มีนางเรืองยศเจ