ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1661 - 1667/2526

ประเด็นกฎหมาย

สิทธิของโจทก์ในที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และการเรียกร้องให้จำเลยจัดสรรที่ดินหรือชดใช้ค่าที่ดิน

หลักกฎหมาย

ที่ดินรกร้างว่างเปล่าซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตาม ป.พ.พ. มาตรา 1304(1) ผู้ที่เข้าครอบครองต้องได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2479 มิฉะนั้นไม่มีสิทธิครอบครองโดยชอบ และไม่อาจอ้างสิทธิขึ้นใช้ยันรัฐได้ แม้จะแจ้งการครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดินก็ไม่ก่อให้เกิดสิทธิขึ้นใหม่

คำวินิจฉัย

โจทก์ทั้งเจ็ดไม่มีสิทธิอย่างใดในที่พิพาทอันจะเรียกร้องให้จำเลยจัดสรรที่ดินหรือจ่ายเงินชดเชยค่าที่ดินแก่โจทก์ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ที่พิพาทเดิมเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่าสาธารณสมบัติของแผ่นดิน โจทก์ทั้งเจ็ดเข้าครอบครองระหว่างปี พ.ศ. 2486-2495 โดยไม่ได้รับอนุญาตให้จับจอง ต่อมาจำเลยเข้าครอบครองตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมสร้างตนเอง พ.ศ. 2499 โจทก์บางสำนวนแจ้งการครอบครองแต่ไม่ก่อให้เกิดสิทธิ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1661 - 1667/2526นายประกอบ เขียวสะอาดโจทก์กองทัพเรือจำเลย ป.พ.พ. ม. 1304 พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 พ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2479 ที่พิพาทเดิมเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304(1) ซึ่งพระราชบัญญัติ ออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2479 ที่ใช้บังคับในระหว่างโจทก์เข้าครอบครองที่พิพาทบัญญัติว่า จะต้องขอจับจองและได้รับใบอนุญาตให้จับจองจากพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนจึงจะมีสิทธิเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดิน ผู้ใดฝ่าฝืนเข้าครอบครองพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้ออกไปเสียจากที่ดินได้ หากยังขัดคำสั่งก็มีความผิดต้องระวางโทษ เมื่อโจทก์มิได้รับอนุญาตแม้ต่อมาจะได้แจ้งการครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดินก็ไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่โจทก์ ที่พิพาทยังคงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินอยู่เช่นเดิม โจทก์ไม่มีสิทธิครอบครองที่จะเรียกร้องให้กองทัพเรือจำเลยซึ่งเข้าครอบครองที่ดินตามอำนาจและหน้าที่ที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมสร้างตนเองในท้องที่ตำบลบางพระอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี พ.ศ. 2499 จำต้องจัดสรรที่ดินหรือจ่ายเงินชดเชยค่าที่ดินแก่โจทก์ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งเจ็ดสำนวนฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่าเนื่องจากจำเลยมีความประสงค์จะจัดตั้งนิคมสร้างตนเองเพื่อสงเคราะห์ทหารเรือกองหนุน จึงได้ดำเนินการให้รัฐบาลออกพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้ามที่ดินในท้องที่ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรีพ.ศ. 2497 และต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมสร้างตนเองในท้องที่ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี พ.ศ. 2499 ให้ใช้ที่ดินที่กำหน