ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3298/2526

ประเด็นกฎหมาย

การตีความข้อยกเว้นภาษีโรงเรือนสำหรับอาคารที่ใช้เป็นสำนักงานธนาคารพาณิชย์

หลักกฎหมาย

อาคารที่ใช้เป็นสำนักงานประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์เพื่อหาผลประโยชน์ แม้เจ้าของใช้เองหรือให้ผู้แทนอยู่เฝ้ารักษา ก็ไม่เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 เนื่องจากมิใช่การอยู่อาศัยหรือเฝ้ารักษาโดยแท้ แต่เป็นการใช้เพื่อการพาณิชย์

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามแทนจำเลยโดยกำหนดค่าทนายความให้รวม 2,000 บาท

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ธนาคารโจทก์เป็นนิติบุคคลประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์ ใช้อาคารพิพาทเป็นสำนักงานดำเนินธุรกิจรับฝากเงิน ให้สินเชื่อ ซื้อขายตั๋วเงิน ปริวรรตเงินตราต่างประเทศ และให้เช่าตู้นิรภัย โดยมีพนักงานยามเฝ้าอาคารเป็นผลัด

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3298/2526ธนาคารไทยทนุ ฯโจทก์กรุงเทพมหานครจำเลย พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 แม้ธนาคารโจทก์ใช้อาคารพิพาทเป็นสำนักงานประกอบธุรกิจการธนาคารพาณิชย์ของโจทก์เองแต่อย่างเดียว หรือให้ผู้แทนอยู่เฝ้ารักษา ก็เพื่อประโยชน์ในการประกอบธุรกิจของโจทก์เอง อาคารพิพาทจึงไม่อยู่ในความหมายของคำว่าโรงเรือนสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นๆซึ่งเจ้าของอยู่เองหรือให้ผู้แทนอยู่เฝ้ารักษา ตามพระราชบัญญัติ ภาษีโรงเรือนและที่ดินฯ มาตรา 10 ไม่ได้รับงดเว้นไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือน (ที่มา-เนติ)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกเลิกใบแจ้งรายการประเมิน เพิกถอนคำชี้ขาดของจำเลย ให้จำเลยคืนเงินภาษี 158,910 บาทแก่โจทก์ ถ้าไม่คืนภายใน 3 เดือนนับแต่วันมีคำพิพากษาให้จำเลยเสียดอกเบี้ยร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ปัญหาวินิจฉัยมีว่าโจทก์จะได้รับงดเว้นไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือนสำหรับอาคารพิพาทหรือไม่ พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พุทธศักราช 2475 มาตรา 10 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินแก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2475 มาตรา 3 บัญญัติว่า"โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ ซึ่งเจ้าของอยู่เองหรือให้ผู้แทนอยู่เฝ้ารักษาและซึ่งมิได้ใช้เป็นที่ไว้สินค้าหรือประกอบการอุตสาหกรรมท่านให้งดเว้นจากบทบัญญัติแห่งภาคนี้ตั้งแต่ พ.ศ. 2475 เป็นต้นไป เห็นว่าโจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์ อาคารพิพาทเป็นสำนักงานของธนาคารโจทก์ ตามพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์พ.ศ. 2505 มาตรา 4 ที่ยังมิได้แก้ไขและซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2522 มาตรา 3 บัญญัติทำนองเดียว