ความผิดฐานไม่ลงข้อความสำคัญในบัญชีหรือเอกสารของบริษัท ตาม พ.ร.บ.กำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนฯ มาตรา 42
รายงานสรุปยอดที่ทำขึ้นเพื่อแสดงรายรับรายจ่ายให้ทราบผลกำไรขาดทุนต่อผู้ถือหุ้นเท่านั้น มิใช่เพื่อเป็นหลักฐานทางบัญชีหรืองบดุลของบริษัท จึงไม่จำเป็นต้องลงรายการกู้เงินและเบิกเงินเกินบัญชีซึ่งเป็นแหล่งที่มาของเงิน รายการดังกล่าวไม่ใช่ข้อความสำคัญในเอกสารรายการสรุปยอดของบริษัท การไม่ลงรายการดังกล่าวจึงไม
จำเลยทั้งสองไม่มีความผิดตามฟ้อง ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลล่าง
จำเลยทั้งสองร่วมกันทำรายงานสรุปยอดเพื่อแสดงรายรับรายจ่ายให้ทราบผลกำไรขาดทุนต่อฝ่ายโจทก์กับฝ่ายนายตรีกูลเท่านั้น มิใช่เพื่อให้เป็นหลักฐานทางบัญชีหรืองบดุลของบริษัท รายงานดังกล่าวไม่จำเป็นต้องลงรายการกู้เงินและเบิกเงินเกินบัญชีซึ่งเป็นแหล่งที่มาของการนำเงินมาเป็นรายจ่าย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4124/2543นางสาว บุญสม ศิริชัยโจทก์นาย ฤกษ์ชัย สาณะเสน กับพวกจำเลย พ.ร.บ.กำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ พ.ศ.2499 จำเลยทำรายงานสรุปยอดเพื่อแสดงรายรับรายจ่ายให้ทราบผลกำไรขาดทุนต่อฝ่ายโจทก์กับฝ่าย ต. เท่านั้น มิใช่เพื่อให้เป็นหลักฐานทางบัญชีหรืองบดุลของบริษัท จึงไม่จำเป็นต้องลงรายการกู้เงินและเบิกเงินเกินบัญชีซึ่งเป็นแหล่งที่มาของการนำเงินมาเป็นรายจ่ายด้วยรายงานดังกล่าวมิใช่ข้อความสำคัญในเอกสารรายการสรุปยอดของบริษัท แม้จำเลยจะมิได้ลงไว้ ก็ไม่มีความผิดฐานไม่ลงข้อความสำคัญในบัญชีหรือเอกสารของบริษัทโจทก์ฟ้องว่า เมื่อประมาณต้นปี 2538 จำเลยทั้งสองชักชวนโจทก์และนายตรีกูล โสภณศิริ เข้าเป็นหุ้นส่วนในบริษัทพฤศจิกา จำกัดโดยกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนบริษัทคือจำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัทหรือจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อร่วมกับนายตรีกูลและประทับตราสำคัญของบริษัท ผู้ถือหุ้นมอบหมายให้จำเลยที่ 1 มีอำนาจหน้าที่รับจ่าย เก็บรักษาเงิน และอื่น ๆ ส่วนจำเลยที่ 2มีหน้าที่จัดทำกับรับผิดชอบด้านการบัญชีและเอกสารอื่น ๆ รวมทั้งรับจ่ายเก็บรักษาเงินร่วมกับจำเลยที่ 1 โดยตกลงให้ใช้บัญชีเงินฝากในนามของบริษัทที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาอินทรารักษ์ ต่อมาจำเลยทั้งสองร่วมกันทำเอกสารบัญชีแสดงยอดสรุปผลประกอบการของบริษัทพฤศจิกา จำกัด ประจำงวดเดือนมีนาคม 2538 ถึงเดือนพฤศจิกายน2538 ต่อโจทก์และผู้ถือหุ้นอื่นว่า บริษัทขาดทุนจำนวน 987,509.41 บาทโดยปกปิดไม่ลงรายการที่จำเลยทั้งสองร่วมกันทำสัญญากู้เงินและเบิกเงินเกินบัญชีในนามของบริษัท จากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)สาขาอินทรารักษ์ และยอมให้ธนาคารห