ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 337/2544

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 337/2544นาย เจริญชัย ส่งวัฒนาโจทก์นาย ประสิทธิ์หรือสิทธิ์หรือสิทธิ พรหมมาหรือพรมมา กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 38จำเลยอ้างว่ามีที่อยู่ที่จังหวัดนครสวรรค์ตามสำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประชาชน แต่ขณะที่เจ้าหน้าที่ศาลไปส่งหมายเรียกสำเนาคำฟ้อง หมายนัดสืบพยานโจทก์ หมายนัดฟังคำพิพากษา และอื่น ๆให้แก่จำเลยที่บ้านในจังหวัดเพชรบูรณ์ ปรากฏตามรายงานเจ้าหน้าที่ว่าคนข้างบ้าน บุตรสาว และคนในบ้านของจำเลยแจ้งว่าจำเลยไปธุระต่างจังหวัดบ้าง ไปธุระนอกบ้านบ้างทุกครั้งแสดงว่าจำเลยอยู่ที่บ้านที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ประกอบกับบ้านที่จังหวัดนครสวรรค์นั้นถูกรื้อไปแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี และปรากฏจากคำเบิกความของจำเลยเองว่า จำเลยอาศัยอยู่ที่บ้านของพี่สาวเมื่อเดินทางไปที่จังหวัดนครสวรรค์ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า จำเลยมีถิ่นที่อยู่สองแห่ง คือที่จังหวัดนครสวรรค์และจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งถือว่าทั้งสองแห่งนั้นเป็นภูมิลำเนาของจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 38 ฉะนั้น ที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์จึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 4(1)โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้โจทก์เป็นเงิน1,144,068.15 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของต้นเงิน 886,440 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองมีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 350หมู่ 3 ตำบลทำนบ อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ โจทก์จึงฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลชั้นต้น (ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์) ไม่ได้ เจ้าพนักงานศาลส่งหมายเรียกไปยังบ้านเลขที่ 94 หมู่ 7 ตำบลซับน้อย อำเภอวิเชียรบุรีจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งมิใช่ภูมิลำเนาของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองเคยรับเมล็ดพัน