ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 41 - 42/2524

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาว่าศาลแรงงานกลางมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีที่มูลกรณีเกิดขึ้นก่อนใช้พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ หรือไม่ และการวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางที่ว่าความผ

หลักกฎหมาย

เมื่อมีการร้องเรียนต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์และคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 แล้ว ฝ่ายที่ไม่พอใจมีสิทธินำคดีไปสู่ศาลได้ ไม่ว่ามูลกรณีจะเกิดขึ้นก่อนหรือหลังใช้พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ เพราะไม่มีกฎหมายห้ามไว้ และคดีพิพาทเกี่ยวด้วยพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์อย

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับ ให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยตามฟ้องทั้งสองสำนวน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยร่วมเล่นการพนันเป็นความผิดร้ายแรงและโจทก์มีสิทธิไล่ออกหรือเลิกจ้างได้ตามข้อบังคับ จำเลยให้การว่าจำเลยร่วมมิได้เล่นการพนัน แต่ไม่ได้ปฏิเสธว่าความผิดเล่นการพนันไม่ใช่ความผิดร้ายแรง ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยร่วมกระทำความผิดเล่นการพนันฝ่าฝืนข้อบังคับ แต่ความผิดนั้นไม่ใช่กรณีร้

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 41 - 42/2524บริษัทอุตสาหกรรมนมพระนคร จำกัดโจทก์นายจำรูญ เจริญกุล กับพวกจำเลยจำเลยร่วมจำเลยนายสมนึก แจ้งประจักษ์ กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 177 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 จำเลยเล่นการพนันก่อน พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ เมื่อมีการวินิจฉัยปฏิบัติตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 แล้ว ศาลแรงงานฯ ก็พิจารณาพิพากษาได้ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเล่นการพนันเป็นความผิดร้ายแรง จำเลยให้การว่ามิได้เล่นการพนัน ข้อที่ว่าเล่นการพนันเป็นความผิดร้ายแรงจึงเป็นยุติตามฟ้องศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า ศาลแรงงงานกลางไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีทั้งสองสำนวนนี้ เพราะการที่โจทก์เลิกจ้างจำเลยร่วมอันเป็นมูลกรณีพิพาทกันว่า เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมนั้น เกิดขึ้นก่อนใช้พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 เห็นว่า ปัญหาดังกล่าวแม้มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแต่ศาลชั้นต้น แต่เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน โจทก์ยกขึ้นอุทธรณ์ได้ศาลฎีกาพิเคราะห์ปัญหานี้แล้ว เห็นว่า เมื่อมีข้อพิพาทว่าโจทก์กระทำการอันไม่เป็นธรรมเกิดขึ้น จำเลยร่วมก็ได้ร้องเรียนต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ และคณะกรรมการดังกล่าวได้วินิจฉัยชี้ขาด อันเป็นการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 แล้ว เมื่อฝ่ายใดไม่พอใจย่อมมีสิทธินำคดีไปสู่ศาลได้ไม่ว่ามูลกรณีจะเกิดขึ้นก่อนหรือหลังการใช้พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 เพราะมิได้มีกฎหมายใดห้ามไว้ประกอบกับคดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวด้วยพระ