การหยุดงานโดยมิได้ขอลาเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับที่เป็นกรณีร้ายแรงซึ่งจะเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องเตือนก่อนหรือไม่
การฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้าง แม้จะเป็นการฝ่าฝืน แต่ถ้าไม่ใช่กรณีร้ายแรง นายจ้างไม่สามารถเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้ และการตักเตือนครั้งก่อนในกรณีอื่นไม่ถือเป็นการตักเตือนสำหรับกรณีนี้
จำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์
ลูกจ้างวานให้เพื่อนแจ้งหัวหน้างานถึงการเจ็บป่วยทางโทรศัพท์ แทนการขอลาเป็นลายลักษณ์อักษร โดยไม่มีเหตุขัดข้อง และนายจ้างเคยตักเตือนลูกจ้างเป็นหนังสือ 2 ครั้งในกรณีอื่น
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 73/2524นายสงัด ฉัตรหลวงโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงแรมกรุงเกษมศรีกรุงจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน การหยุดงานโดยมิได้ขอลาเป็นลายลักษณ์อักษรนั้นมิใช่ฝ่าฝืนข้อบังคับ เป็นกรณีร้ายแรงซึ่งจะเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องเตือนก่อนศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย 4,800 บาทค่าทำงานวันหยุดพักผ่อน 670 บาท ค่าประกันค่าเสียหาย 800 บาทสินจ้างบอกเลิกจ้างล่วงหน้า 1,566 บาท จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "จำเลยอุทธรณ์เป็นประการแรกว่า จากวงเวียนยี่สิบสองกรกฎา ซึ่งโจทก์พบนายวิรัตน์นั้นห่างจากที่ทำงานเพียงเล็กน้อยโจทก์น่าจะนั่งรถไปบอกแก่หัวหน้างานเสียก่อนแล้วจึงกลับแล้วจึงกลับบ้านซึ่งอยู่ห่างไกลถึงเอกมัย ที่โจทก์ให้เพื่อนโทรศัพท์ลางานแทนเช่นนี้ไม่เข้ากรณีที่โจกท์ "ไม่อาจทำได้" ดังที่กล่าวไว้ในข้อบังคับการทำงานข้อ 5.1 และต้องห้ามตามข้อ 6.20 และ 6.22 จำเลยจึงเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ข้อนี้ปรากฏว่า ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยตามเอกสารหมาย ล.3 ข้อ 5.1 มีความว่า "ถ้าลูกจ้างเจ็บป่วยไม่สามารถทำงานได้ ให้แจ้งหัวหน้างานหรือผู้จัดการทราบโดยเร็ว ถ้าไม่อาจทำได้ให้จ้างในวันแรกที่มาทำงาน" ข้อ 6.21 มีความว่า "อย่างละทิ้งหน้าที่การขาดหรือลาหยุดจะต้องแจ้งให้หัวหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร" และข้อ 6.22 มีความว่า "ห้ามใช้โทรศัพท์ลางานจากผู้จัดการ" ดังนี้จะเห็นได้ว่า ความที่ว่า "ถ้าไม่อาจทำได้" ในข้อ 5.1 นั้นหมายความว่าถ้าไม่อาจแจ้งในหัวหน้าหรือผู้จัดการทราบโดยเร็วก็ให้แจ้งในวันแรกที่ไปทำงาน แต่คดีนี้ปรากฏว่าโจทก์วานนายวิรัตน์ให้แจ้งแก่นายวิรัชผู้ดูแลพนักงานของจำเลยให้ทราบถึงความเจ็บป่วยของโจทก์แล้วตั