ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 166/2524

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาว่าความผิดฐานมีอาวุธปืนโดยไม่รับอนุญาตกับฐานมีเครื่องกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะในการสงครามเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันหรือไม่ และการอ้างบทลงโทษตาม พ.ร.บ.

หลักกฎหมาย

ความผิดฐานมีอาวุธปืนโดยไม่รับอนุญาตตามมาตรา 72 และฐานมีเครื่องกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะในการสงครามตามมาตรา 78 เป็นความผิดคนละมาตรา กระสุนปืนของกลางไม่ใช่เครื่องกระสุนปืนที่ใช้กับอาวุธปืนพกของกลาง ความผิดแต่ละกรรมสำเร็จเมื่อจำเลยครอบครองโดยฝ่าฝืนกฎหมาย จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ต้องลงโทษทุกกรรมตาม ป.อ

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 72 จำคุก 1 ปี และตามมาตรา 78 จำคุก 2 ปี รวมกับโทษตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษเป็นจำคุก 5 ปี 6 เดือน ลดโทษกึ่งหนึ่งเพราะรับสารภาพ คงจำคุก 2 ปี 9 เดือน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตและมีเครื่องกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะในการสงคราม ซึ่งกระสุนปืนดังกล่าวไม่ใช่เครื่องกระสุนที่ใช้กับอาวุธปืนพกของกลาง ศาลชั้นต้นลงโทษฐานมีกัญชา จำหน่ายกัญชา จำคุก 2 ปี 6 เดือน และฐานมีอาวุธปืนกับเครื่องกระสุนปืนเป็นกรรมเดียว จำคุก 2 ปี ลดโทษเหลือ 2 ปี 3 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพา

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 166/2524อัยการอุบลราชธานีโจทก์นายสิงห์ คำพันธ์จำเลย ป.อ. ม. 91 ป.วิ.อ. ม. 186 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 72 ได้แก้ไขต่อ ๆ มาให้ใช้ มาตรา 72 ที่แก้ไขใหม่ ศาลลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 72 แล้ว การอ้างหรือไม่อ้างฉบับที่ 5 มาตรา 3 ก็ไม่เป็นสารสำคัญที่จะต้องวินิจฉัย มีอาวุธปืนโดยไม่รับอนุญาต มีเครื่องกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะในการสงครามความผิด 2 ฐาน กฎหมายบัญญัติความผิดและลงโทษคนละมาตรา เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานมีกัญชา จำหน่ายกัญชา จำคุก2 ปี 6 เดือน ฐานมีปืนไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 ฐานมีเครื่องกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะในการสงครามตามมาตรา 55, 78 เป็นกรรมเดียว จำคุก 2 ปี ลดโทษเหลือ 2 ปี 3 เดือนริบของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ จำเลยไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "โจทก์ฎีกาข้อแรกว่า จำเลยควรมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2517 มาตรา 3 ด้วย ศาลฎีกาเห็นว่าบทบัญญัติในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯลฯ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2517 เป็นบทบัญญัติที่แก้ไขบทบัญญัติในมาตรา 72 แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯลฯ พ.ศ. 2490 ซึ่งต่อมาได้มีคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 6 ยกเลิกบทบัญญัติในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯลฯ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2517 ให้ใช้มาตรา 72ที่แก้ไขใหม่โดยคำสั่งของคณะปฏิรูปดังกล่าว เมื่อศาลล่าง