ค่าพาหนะเหมาจ่ายและค่าเช่าบ้านที่จ่ายให้ลูกจ้างเป็นรายเดือน ถือเป็นค่าจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน หรือไม่
เงินหรือสิ่งของใดที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเพื่อตอบแทนการทำงานในเวลาทำงานปกติของวันทำงาน รวมทั้งวันหยุด วันลา หรือจ่ายให้ตามผลงาน ไม่ว่าค่าตอบแทนนั้นจะเรียกชื่อหรือกำหนดคำนวณอย่างไรก็ถือเป็นค่าจ้าง
ค่าพาหนะเหมาจ่ายเดือนละ 1,500 บาท ถือเป็นค่าจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ส่วนค่าเช่าบ้านไม่ถือเป็นค่าจ้าง
จำเลยที่ 1 จ่ายเงินเดือนละ 1,500 บาท ให้โจทก์เป็นรายเดือน เรียกว่าค่าพาหนะ โดยโจทก์มีหน้าที่ต้องออกไปติดต่องานนอกสถานที่ และจ่ายเงินเดือนละ 1,845 บาท เรียกว่าค่าเช่าบ้าน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 172/2524นายรัฐ ตรีสินโจทก์บริษัทซัมมิทออยล์ จำกัด กับพวกจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ค่าพาหนะเหมาจ่ายเดือนละ 1,500 บาท โดยลูกจ้างต้องออกทำงานนอกสถานที่ ถือเป็นค่าจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน แต่ค่าเช่าบ้านไม่ใช่จ่ายเพื่อตอบแทนการทำงาน ตามสภาพไม่ถือเป็นค่าจ้างศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยและค่าจ้าง 1 เดือน103,908 บาท โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อที่โจทก์และจำเลยที่ 1 ต่างอุทธรณ์เป็นปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ค่าพาหนะ และค่าเช่าบ้านเป็นค่าจ้างตามความหมายในกฎหมายคุ้มครองแรงงานหรือไม่ ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานลงวันที่ 16 เมษายน 2515ซึ่งมีผลบังคับเป็นกฎหมายได้กำหนดไว้ในข้อ 2 ว่า "ค่าจ้าง" หมายความว่าเงินหรือเงินและสิ่งของที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเป็นการตอบแทนการทำงานในเวลาทำงานปกติของวันทำงาน หรือจ่ายให้โดยคำนวณตามผลงานที่ลูกจ้างทำได้ และหมายความรวมถึงเงินหรือเงินและสิ่งของที่จ่ายให้ในวันหยุดซึ่งลูกจ้างไม่ได้ทำงานและในวันลาด้วย ทั้งนี้ไม่ว่าจะกำหนด คำนวณหรือจ่ายเป็นการตอบแทนในวิธีอย่างใดและไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร ดังนี้ เห็นได้ว่าเงินหรือสิ่งของใดที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเพื่อตอบแทนการทำงานในเวลาทำงานปกติของวันทำงานรวมทั้งวันหยุด วันลา หรือจ่ายให้ตามผลงาน ไม่ว่าค่าตอบแทนนั้นจะเรียกชื่อหรือกำหนดคำนวณอย่างไรก็ถือเป็นค่าจ้างทั้งสิ้นสำหรับเงินจำนวน 1,500 บาท ที่จำเลยที่ 1 จ่ายให้โจทก์เป็นรายเดือนตามเอกสารหมาย จ.4 และเรียกว่าเป็นค่าพาหนะนั้น ได้ความตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ว่า ตำแหน่งการงานของโจทก์ โจท