การที่ลูกจ้างมาทำงานสายและประพฤติไม่สมควรต่อผู้บังคับบัญชา เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับการทำงานในกรณีร้ายแรงที่นายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องตักเตือนเป
การพิจารณาว่าการกระทำของลูกจ้างเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับการทำงานในกรณีร้ายแรงหรือไม่ ต้องพิจารณาจากระเบียบข้อบังคับของนายจ้างที่ใช้บังคับโดยตรง ไม่สามารถนำกฎหมายอื่นมาอนุโลมใช้ได้ และหากนายจ้างลงโทษลูกจ้างในฐานความผิดที่ไม่ร้ายแรง ย่อมแสดงว่าการกระทำนั้นไม่ร้ายแรง
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลแรงงานกลางว่า การที่โจทก์มาทำงานสายและกระทำการอันไม่สมควรต่อผู้บังคับบัญชา ไม่เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับการทำงานหรือคำสั่งของนายจ้างที่ร้ายแรง และไม่เป็นเหตุให้จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยมิต้องตักเตือนเป็นหนังสือก่อนตามข้อ 47(3) ของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ฉบับลงวันที่ 16 เมษายน 2518
โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย กระทำผิดระเบียบข้อบังคับการทำงานโดยมาทำงานสายและประพฤติไม่สมควรต่อผู้บังคับบัญชา จำเลยมีระเบียบวินัยฯ ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2518 ซึ่งกำหนดโทษไล่ออกเฉพาะกรณีผิดวินัยร้ายแรงตามข้อ 5 แต่การกระทำของโจทก์ไม่เข้าข่าย และจำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกตามระเบียบข้อ 6 ซึ่งเป็นการลงโทษให้ออกใน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 281/2524นางสาวจำเรียง งามแดนโจทก์สหกรณ์การเกษตรวังน้อย จำกัดจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลูกจ้างมาทำงานสายและประพฤติไม่สมควรต่อผู้บังคับบัญชาแต่ไม่มีในข้อบังคับว่าเป็นกรณีฝ่าฝืนระเบียบร้ายแรงที่จะให้ออกโดยไม่ต้องตักเตือนก่อน นายจ้างต้องใช้ค่าชดเชยแก่ลูกจ้างศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าชดเชยแก่โจทก์ 7,800 บาท จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ข้อ 7 ของจำเลยว่า การที่โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลย กระทำผิดต่อระเบียบข้อบังคับการทำงานโดยโจทก์มาทำงานสายเกินเวลาเข้าทำงาน และประพฤติการอันไม่สมควรต่อผู้บังคับบัญชานั้น เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับการทำงานของจำเลยในกรณีร้ายแรง ซึ่งจำเลยเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องมีคำตักเตือนเป็นหนังสือก่อน ตามความในประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 1 เมษายน 2515 ข้อ 47(3) หรือไม่ ศาลฎีกาได้พิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยกล่าวอ้างในอุทธรณ์ว่าการกระทำของโจทก์เป็นการผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2518 มาตรา 71, 75 และ 76 โดยอนุโลมมาใช้แก่ระเบียบการทำงานของจำเลยนั้น เห็นว่า ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย จำเลยได้มีระเบียบว่าด้วยเจ้าหน้าที่และลูกจ้างทั้งระเบียบว่าด้วยวินัย การสอบสวนและการลงโทษสำหรับเจ้าหน้าที่และลูกจ้าง ฉบับลงวันที่ 10 ตุลาคม 2518 ใช้บังคับแก่ลูกจ้างของจำเลยโดยตรง ซึ่งในระเบียบทั้งสองนี้มิได้มีข้อใดให้นำบทบัญญัติเกี่ยวด้วยวินัยและการลงโทษในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2518 มาอนุโลมใช้ดังจำเลยอ้าง ฉะนั้นการกระทำของโจทก์ข้างต้นจะเป็นการฝ่าฝืนระ