ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 376 - 377/2524

ประเด็นกฎหมาย

อายุความของค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม และอำนาจฟ้องเมื่อฟ้องผิดตัวจำเลย

หลักกฎหมาย

เงินที่จำเลยต้องจ่ายให้โจทก์เป็นค่าเสียหาย มิใช่ค่าจ้าง เพราะโจทก์ไม่ได้ทำงาน จึงมีอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 164 การกระทำของจำเลยเป็นเรื่องผิดสัญญาจ้าง มิใช่ละเมิด การฟ้องผิดตัวจำเลยเป็นเรื่องอำนาจฟ้อง แม้จำเลยมิได้ยกขึ้นต่อสู้ ศาลยกขึ้นเองได้ ศาลมีอำนาจคำนวณค่าเสียหายตามที่เห็นสมควร โจทก์ไม่ม

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้ เป็นให้ยกคำพิพากษาของศาลแรงงานกลางบางส่วนเฉพาะประเด็นเรื่องค่าเสียหายที่จะต้องจ่ายให้แก่นายสมบัติ สุขปลื้มและนางสาวฉลวย ศรีลือแสง โดยให้ศาลแรงงานกลางพิพากษาใหม่ในประเด็นข้อนี้ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยให้โจทก์ออกจากงานโดยไม่เป็นธรรม โจทก์บางรายเป็นลูกจ้างของบริษัทอื่นในเครือเดียวกัน โจทก์ไปรายงานตัวขอกลับเข้าทำงานเมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2523

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 376 - 377/2524นายสมบัติ สุขปลื้มโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นางสาวเฮียง แซ่ก๊วยโจทก์บ.จ.ก. โรงงานอุตสาหกรรมผ้าห่มไทยจำเลย ป.พ.พ. ม. 164 ป.วิ.พ. ม. 225 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 จำเลยให้โจทก์ออกจากงานซึ่งเป็นการไม่เป็นธรรมทำให้โจทก์เสียหาย จำเลยต้องจ่ายค่าเสียหายให้โจทก์ โดยถืออัตราค่าจ้างก่อนโจทก์ถูกเลิกจ้างมาเป็นการคำนวณค่าเสียหายการจะใช้คำว่าค่าจ้างหรือค่าเสียหายไขว้เขวไป ไม่ทำให้อายุความ 10 ปีเรื่องจำเลยผิดสัญญาจ้างเปลี่ยนแปลงไปเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ การฟ้องผิดตัวจำเลยเป็นเรื่องอำนาจฟ้อง แม้จำเลยจะไม่ได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ ถ้าศาลเห็นสมควรก็ยกขึ้นเองได้ ศาลมีอำนาจคำนวณค่าเสียหายให้ได้ตามที่เห็นสมควรอุทธรณ์ของโจทก์โต้เถียงวิธีคิดค่าเสียหายซึ่งเป็นข้อเท็จจริง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 1 44,469 บาท และโจทก์ที่ 2 60,423 บาท ให้ยกฟ้องโจทก์อื่นและโจทก์ร่วมแต่ไม่ตัดสิทธิที่โจทก์จะนำคดีมาฟ้องใหม่ภายในกำหนดอายุความ โจทก์ทั้งสองสำนวนและจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "อุทธรณ์ของจำเลยข้อต่อไปว่า คดีของโจทก์ขาดอายุความเพราะคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ให้จำเลยจ่ายค่าจ้างเท่ากับอัตราค่าจ้างสุดท้ายแก่โจทก์เสมือนมิได้เลิกจ้าง มิใช่ค่าเสียหาย จึงมีอายุความ 2 ปี หรือเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ มีอายุความ 1 ปี ศาลฎีกาเห็นว่า ค่าจ้างหมายความว่า เงินหรือเงินและสิ่งของที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเป็นการตอบแทนการทำงาน จำเลยให้โจทก์ออกจากงานซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เป็นธรรม ระหว่างที่โจทก์ถูกเลิกจ้าง โจทก์มิได้ทำงาน โจทก์จึงไม่ได้ค่าจ้าง