ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 476 - 477/2524

ประเด็นกฎหมาย

เงินสมทบตามข้อบังคับองค์การสะพานปลาว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2518 ข้อ 11 เป็นค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน หร

หลักกฎหมาย

เงินสมทบตามข้อบังคับองค์การสะพานปลาว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2518 ข้อ 11 เป็นเงินประเภทอื่นซึ่งนายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้าง มิใช่ค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน เงินสมทบตามข้อบังคับองค์การสะพานปลาว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2518 ข้อ 11 เป็นเงินประเภทอื่นซึ่งนายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้าง มิใช่ค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยมีข้อบังคับองค์การสะพานปลาว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2518 ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 14 และ 22 แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบกิจการแพปลา พ.ศ. 2496 กำหนดให้มีกองทุนสงเคราะห์ประกอบด้วยเงินสมทบประเภท 1 (หักจากเงินเดือนหรือค่าจ้างของผู้ปฏิบัติงาน) เงินสมทบประเภท 2 (จำเลยจ่ายสมทบ) และดอก

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 476 - 477/2524นายเอิน สุขะปิณฑะโจทก์องค์การสะพานปลาจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน เงินสมทบตามข้อบังคับองค์การสะพานปลา ว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2518 ข้อ 11 เป็นเงินประเภทอื่นซึ่งนายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้าง มิใช่ค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ทั้งสองพร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยมีข้อบังคับองค์การสะพานปลาว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์ (ฉบับที่4) พ.ศ. 2518ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 14 และ 22 แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบกิจการแพปลา พ.ศ. 2496 มีหลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายบำเหน็จตามข้อ 11 ให้พนักงานสูงกว่าเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน เป็นการจ่ายค่าชดเชยให้แก่พนักงานรวมทั้งโจทก์ไปในตัวแล้ว ศาลฎีกาพิเคราะห์ข้อบังคับองค์การสะพานปลาว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2518 แล้ว เห็นว่าข้อบังคับดังกล่าวออกมาโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 14 และมาตรา 22แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบกิจการแพปลา พ.ศ. 2496 ซึ่งมาตรา 22 วรรคแรกบัญญัติว่า รายได้ที่องค์การสะพานปลาได้รับในปีหนึ่ง ๆ เมื่อได้หักค่าใช้จ่ายสำหรับดำเนินการ ค่าภาระต่าง ๆ ที่เหมาะสม เช่น ค่าบำรุงรักษา ค่าเสื่อมราคาและเงินสมทบกองทุนสำหรับจ่ายสงเคราะห์ผู้ปฏิบัติงานในองค์การสะพานปลา เงินสำรองธรรมดาซึ่งตั้งไว้เผื่อขาด เงินสำรองขยายงานและเงินลงทุนตามที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว เหลือเท่าใดให้นำส่งเป็นรายได้ของรัฐ ตามมาตรา 22 วรรคแรก ดังกล่าว บังคับให้องค์การสะพานปลาจำเลยต้องมีเงินสมทบกองทุน