ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 479/2524

ประเด็นกฎหมาย

การนำเงินบำเหน็จที่จ่ายให้ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้างมาหักกับค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน

หลักกฎหมาย

เงินบำเหน็จที่จำเลยจ่ายให้โจทก์นั้นแท้จริงแล้วเป็นค่าชดเชยที่จ่ายผิดประเภท เนื่องจากจำเลยใช้บทกฎหมายเกี่ยวกับค่าชดเชยไม่ถูกต้อง โดยใช้หลักเกณฑ์ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดเวลาทำงานฯ แทนที่จะใช้ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน เมื่อคำนวณค่าชดเชยตามประกาศฯ ที่ถูกต้องแล้ว โจทก์มีสิ

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยคำพิพากษาศาลแรงงานกลางที่ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ 5,485 บาท พิพากษายืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ถูกจำเลยเลิกจ้างเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2518 จำเลยจ่ายเงินให้โจทก์ในเวลาเลิกจ้างเป็นเงิน 27,425 บาท โดยเรียกเป็นเงินบำเหน็จ โจทก์ฟ้องเรียกค่าชดเชยเพิ่มอีก 5,485 บาท รวมเป็น 32,910 บาท พร้อมดอกเบี้ย

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 479/2524พันเอกวัลลภ สิริภูบาลโจทก์องค์การผลิตอาหารสำเร็จรูป (อ.ส.ร) กระทรวงกลาโหมจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ความผิดพลาดในการจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างประจำเมื่อเลิกจ้างเกิดขึ้น เพราะนายจ้างใช้บทกฎหมายเกี่ยวกับค่าชดเชยไม่ถูกต้อง ตามหลักเกณฑ์ของค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน แล้ว นายจ้างก็หักเงินบำเหน็จที่จ่ายให้ลูกจ้างรับไปแล้วออกจากจำนวนค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทยฯ ดังกล่าวได้ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจกท์ 5,485 บาท แก่โจทก์ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "โจกท์อุทธรณ์เป็นใจความว่า เงินบำเหน็จ 27,425 บาทที่จำเลยจ่ายให้แก่โจทก์นั้นเป็นเงินประเภทอื่น ไม่ใช่ค่าชดเชยตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน จำเลยจึงนำเงินบำเหน็จมาหักกับค่าชดเชยไม่ได้ จะต้องจ่ายค่าชดเชย 32,910 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ พิเคราะห์แล้ว ปรากฏว่าข้อบังคับ อสร. ที่ 1/2508 ว่าด้วยการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญผู้อำนวยการและพนักงาน อสร. พ.ศ. 2508 ข้อ 3 มีความว่า "ให้ใช้ระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้าง พ.ศ. 2502 ของกระทรวงการคลัง แก่ผู้อำนวยการและพนักงานของ อสร. โดยอนุโลม และถ้าทางราชการมีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงระเบียบดังกล่าวนี้เมื่อใด ก็ให้อนุโลมใช้ตามเช่นเดียวกัน" และคณะรัฐมนตรีได้วางระเบียบการเบิกจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้างไว้เมื่อ พ.ศ. 2502 ซึ่งแก้ไขโดยฉบับที่ 2 พ.ศ. 2511 ระเบียบดังกล่าวนี้ ข้อ 4 มีความหมายว่า "ลูกจ้างประจำผู้ใดทำงานมาเป็นเวลาต่อเนื่องกัน จะได้รับเงินบำเหน็จตามระเบียบนี้ ถ้าต้องออกจากงานเพราะ (1)