ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 499/2524

ประเด็นกฎหมาย

อำนาจสอบสวนและฟ้องคดีเช็คเมื่อการออกเช็คและการปฏิเสธการจ่ายเงินเกิดขึ้นคนละท้องที่

หลักกฎหมาย

การกระทำผิดอาญาเกี่ยวกับเช็คที่ออกในท้องที่หนึ่งและธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินอีกท้องที่หนึ่ง ถือเป็นการกระทำผิดต่อเนื่องกัน พนักงานสอบสวนในท้องที่ที่ออกเช็คมีอำนาจสอบสวนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 19(3)

คำวินิจฉัย

พิพากษาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์ทำการพิจารณาว่าจำเลยกระทำผิดตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยออกเช็คให้โจทก์ร่วมในเขตท้องที่ตำรวจจักรวรรดิ์ โจทก์ร่วมร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนในท้องที่นั้น ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 499/2524อัยการกรมอัยการโจทก์นายอำนาจ เกษตรสินสมบัติจำเลยโจทก์ร่วมจำเลยนายบัญชา เจนศุภวัฒน์ชัยจำเลย ป.วิ.อ. ม. 19 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 จำเลยออกเช็คให้โจทก์ร่วมในเขตท้องที่ตำรวจจักรวรรดิ์ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถือได้ว่ากระทำผิดในท้องที่จักรวรรดิ์ต่อเนื่องกับประจวบคีรีขันธ์พนักงานสอบสวนตำรวจจักรวรรดิ์ที่โจทก์ร่วมร้องทุกข์มีอำนาจสอบสวนได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 19(3)ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง โจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่า พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลจักรวรรดิ์มีอำนาจสอบสวนและโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความนำสืบในคดีรับกันแล้วว่า จำเลยออกเช็คพิพาทมอบให้โจทก์ร่วมที่ร้านของโจทก์ร่วมซึ่งตั้งอยู่ในเขตท้องที่ของสถานีตำรวจนครบาลจักรวรรดิ์ และโจทก์ร่วมได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลจักรวรรดิ์เพื่อให้ดำเนินคดีกับจำเลย ดังนั้น แม้ธนาคารจะปฏิเสธการจ่ายเงินที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก็ถือได้ว่ากระทำผิดอาญาได้กระทำลงในท้องที่ตำรวจจักรวรรดิ์ต่อเนื่องกับการกระทำผิดในท้องที่ที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน พนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 19(3)การสอบสวนคดีนี้จึงชอบด้วยกฎหมาย พนักงานอัยการโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลย ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยยกฟ้องโจทก์ด้วยเหตุนี้ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาพิพากษาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์ทำการพิจารณาว่าจำเลยกระทำผิดตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี"(พูน จักรเสน-พิศิษฏ์ เทศะบำรุง-จินดา บุญศิริ)แหล่งที่มาเนติบัณ