หนี้ที่เกิดจากการจ่ายเงินทดรองของเจ้าหนี้ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเดียวกัน โดยเจ้าหนี้รู้ว่าลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวแล้ว เป็นหนี้ที่ไม่อาจขอรับชำระหนี้ใน
หนี้ซึ่งเจ้าหนี้ยอมให้ลูกหนี้กระทำขึ้นเมื่อเจ้าหนี้ได้รู้ถึงการที่ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว เป็นหนี้ที่ไม่อาจขอรับชำระหนี้ได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 94(2)
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ยกคำร้องขอรับชำระหนี้
ผู้ขอรับชำระหนี้กับจำเลยที่ 1 เป็นบริษัทในเครือเดียวกัน มีประธานกรรมการและสมุหบัญชีคนเดียวกัน ผู้ขอรับชำระหนี้ได้จ่ายเงินทดรองให้จำเลยที่ 1 โดยไม่คิดดอกเบี้ย หลังจากศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว และผู้ขอรับชำระหนี้ย่อมทราบถึงฐานะการเงินของจำเลยที่ 1 ว่ามีหนี้สินล้นพ้นตัว
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 538/2524บริษัทไทยมิตซูบิชิอินเวสเมนท์ จำกัดโจทก์บริษัทไผ่ไทย จำกัด กับพวกจำเลยผู้ขอรับชำระหนี้จำเลยบริษัท โรแยลซีรามิตอุตสาหกรรม จำกัดจำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 การที่เจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้จ่ายเงินให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเดียวกัน มีจำเลยที่ 2 เป็นประธานกรรมการด้วยกัน และมีสมุหบัญชีคนเดียวกัน ผู้ขอรับชำระหนี้ย่อมต้องทราบถึงฐานะการเงินของจำเลยที่ 1 เป็นอย่างดีว่ามีหนี้สินล้นพ้นตัว การจ่ายเงินของผู้ขอรับชำระหนี้ไปนั้นเป็นหนี้ซึ่งเจ้าหนี้ยอมให้ลูกหนี้กระทำขึ้นเมื่อได้รู้ถึงการที่ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวเป็นหนี้ที่ไม่อาจขอรับชำระหนี้ได้คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดบริษัทไผ่ไทย จำกัด จำเลยที่ 1 บริษัทโรแยลซีรามิตอุตสาหกรรม จำกัด ยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้ค่าทดรองจ่าย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วเสนอความเห็นต่อศาลชั้นต้นว่าเห็นควรให้ยกคำร้องของผู้รับรับชำระหนี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอรับชำระหนี้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ขอรับชำระหนี้ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าศาลชั้นต้นได้สั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2521 บริษัทจำเลยที่ 1กับบริษัทผู้ขอรับชำระหนี้เป็นบริษัทในเครือเดียวกันโดยมีจำเลยที่ 2 เป็นประธานกรรมการด้วยกัน และมีสมุหบัญชีคนเดียวกันผู้ขอรับชำระหนี้ได้จ่ายเงินทดรองให้แก่จำเลยที่ 1 โดยไม่คิดดอกเบี้ย จำเลยที่ 1 เคยนำเงินมาหักหนี้กันบ้าง และเมื่อคิดบัญชีกันแล้ว จำเลยที่ 1 ยังเป็นลกูหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้เป็นเงิน 1,554,009.11 บาท กับดอกเบี้ย 233,101.37 บาท รวมทั้งสิ้นที่ขอรับชำระหนี้เป็นเงิน 1,787,110.48บาท ปัญหาว่าผ