เงินบำเหน็จตามข้อบังคับของธนาคารไม่ถือเป็นค่าชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน แม้ข้อบังคับจะระบุให้ถือเป็นการจ่ายค่าชดเชยก็ตาม
ลักษณะ หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการจ่ายเงินบำเหน็จไม่อาจแปลปรับเข้าด้วยกันกับค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 และข้อ 47 ต้องนับว่าเป็นเงินประเภทอื่นซึ่งนายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้างดังที่ระบุไว้ในบทนิยามคำว่า "ค่าชดเชย" แม้ข้อบังคับจะกำหนดให้ถือเป็นการจ่ายค่าชดเชยก็หามีผลแ
พิพากษากลับ ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์เป็นเงิน 54,480 บาท
โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยซึ่งครบเกษียณอายุ จำเลยมีข้อบังคับกำหนดให้จ่ายเงินบำเหน็จและระบุให้ถือเป็นการจ่ายค่าชดเชย แต่ลักษณะการจ่ายเงินบำเหน็จแตกต่างจากค่าชดเชยตามกฎหมาย จำเลยจ่ายเงินบำเหน็จให้โจทก์แล้ว แต่โจทก์ยังมีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามกฎหมาย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 810/2524นายผดุง ปันยารชุนโจทก์ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลักษณะ หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการจ่ายเงินบำเหน็จตามข้อบังคับของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจำเลยแก่โจทก์ลูกจ้างของจำเลยซึ่งครบเกษียณอายุ ไม่อาจแปลปรับเข้าด้วยกันกับค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 และ ข้อ 47 ต้องนับว่าเป็นเงินประเภทอื่นซึ่งนายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้างดังที่ระบุไว้ในบทนิยามคำว่า "ค่าชดเชย" แม้ข้อบังคับจะกำหนดให้ถือว่าเป็นการจ่ายค่าชดเชย ก็หามีผลแต่อย่างใดไม่ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่า กรณีแห่งคดีนี้จะถือได้หรือไม่ว่าจำเลยได้จ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์แล้วโดยรวมอยู่ในจำนวนเงินซึ่งเรียกว่า "เงินบำเหน็จ" ศาลฎีกาได้พิจารณาข้อบังคับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ฉบับที่ 29 ลงวันที่ 15 มิถุนายน 2521 ซึงให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2519 แล้วข้อ 11 ของข้อบังคับดังกล่าวนี้ วรรคแรกมีความว่า "การจ่ายเงินบำเหน็จตามข้อบังคับนี้ ให้ถือเป็นการจ่ายเงินชดเชยตามกฎหมายเกี่ยวกับแรงงาน" วรรคสองมีความว่า "ในกรณีเงินบำเหน็จที่จ่ายตามข้อบังคับนี้มีจำนวนน้อยกว่าเงินชดเชยที่ผู้ปฏิบัติงานหรือทายาทมีสิทธิจะได้ตามกฎหมายเกี่ยวกับแรงงานให้ธนาคารจ่ายเพิ่มให้จนครบจำนวนเท่ากับเงินชดเชยตามกฎหมายเกี่ยวกับแรงงาน" แต่เมื่อพิเคราะห์ถึงบทนิยามของคำว่า "เงินบำเหน็จ"ในข้อ 1 ผู้ที่จะได้รับเงินบำเหน็จในข้อ 7 และผู้ที่ไม่มีสิทธิรับเงินบำเหน็จในข้อ 9 และข้อ 10 แล้ว จะเห็นได้ว่า ลักษณะ หลักเกณฑ์