รถยนต์ที่ใช้บรรทุกทรายเกินน้ำหนักที่กำหนดเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 หรือไม่ และศาลมีอำนาจริบหรือไม่
รถยนต์ที่ใช้บรรทุกทรายเกินน้ำหนักที่กำหนดเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1) แม้ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 มิได้บัญญัติถึงรถยนต์ที่ใช้กระทำผิดไว้โดยเฉพาะ ก็ริบได้ และการริบอยู่ในดุลพินิจของศาล
พิพากษายืน
จำเลยใช้รถยนต์บรรทุกทรายน้ำหนักเกินอัตราที่กำหนด 12,500 กิโลกรัม เดินบนทางหลวงหมายเลข 3112 ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 1 เดือน ปรับ 1,000 บาท และไม่ริบรถยนต์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่ารถยนต์ริบได้แต่ไม่สมควรริบ พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่ารถยนต์ไม่ใช่ทรัพย์สินที่ใช้กระทำผิด
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 890/2524อัยการปทุมธานีโจทก์นายเจาหลี แซ่ตั๊นจำเลย ป.อ. ม. 33 ป.วิ.อ. ม. 216 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 จำเลยใช้รถยนต์บรรทุกทรายเกินน้ำหนักอัตราที่กำหนดเป็นการใช้รถยนต์กระทำผิดตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295แม้ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ไม่บัญญัติให้ริบรถยนต์ ก็ริบได้ ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่ไม่ริบรถยนต์โดยศาลชั้นต้นเห็นว่าริบไม่ได้ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าริบได้แต่ไม่ควรริบ จำเลยฎีกาได้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลย 1 เดือน ปรับ 1,000 บาท ตามป.ว. 295 ข้อ 56, 83 รถยนต์ไม่ใช่ทรัพย์สินที่ใช้ทำผิด ไม่ริบศาลอุทธรณ์เห็นว่าริบรถยนต์ได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 แต่ยังไม่สมควรริบ พิพากษายืน จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "จำเลยฎีกาว่าจำเลยถูกฟ้องเพียงข้อหาว่า จำเลยฝ่าฝืนกฎหมายซึ่งห้ามบรรทุกสิ่งของเกินอัตราที่กำหนด และคำสั่งของคณะปฏิวัติได้บัญญัติเรื่องของกลางโดยเฉพาะ จะถือว่ารถยนต์ของกลาง เป็นทรัพย์สินที่จำเลยใช้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 33 ไม่ได้ เห็นว่าโจทก์ได้บรรยายฟ้องว่า จำเลยได้บังอาจขับรถยนต์ของกลางบรรทุกทรายน้ำหนักเกินอัตราที่กำหนดไป 12,500 กิโลกรัม เดินบนทางหลวงหมายเลข 3112 (ถนนสายปทุมธานี - ลาดหลุมแก้ว) ขอให้ลงโทษตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ข้อ 56, 83 และสั่งริบรถยนต์ของกลางตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 ด้วย แสดงว่าจำเลยฝ่าฝืนกฎหมาย โดยการนำรถยนต์ของกลางบรรทุกทรายน้ำหนักเกินอัตราที่กำหนดไป 12,500 กิโลกรัมมาใช้กระทำผิด กรณีมิใช่จำเลยถูกฟ้องเพียงข้อหาว่าจำเลยฝ่าฝืนกฎหมายซึ่งห้ามบรรทุกสิ่งของเกินกว่าอัตราที่กำหนดเท่านั้นไม่เมื่อจำเลยรับสารภาพว่ากระทำผิดตา