ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1131/2524

ประเด็นกฎหมาย

การตีความระเบียบการเบิกจ่ายเงินบำเหน็จฯ ว่าขัดต่อกฎหมายคุ้มครองแรงงานหรือไม่ และการจ่ายเงินบำเหน็จที่สูงกว่าค่าชดเชยถือเป็นการจ่ายค่าชดเชยแล้วหรือไม่

หลักกฎหมาย

ระเบียบที่ให้ลูกจ้างซึ่งมีสิทธิได้รับทั้งค่าชดเชยและเงินบำเหน็จได้รับเฉพาะค่าชดเชย เว้นแต่เงินบำเหน็จสูงกว่า จึงให้ได้รับเฉพาะส่วนที่สูงกว่า เป็นระเบียบที่ชอบ ไม่ขัดต่อกฎหมาย เพราะมิได้งดการจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย แต่เป็นการงดหรือจ่ายบางส่วนสำหรับเงินบำเหน็จซึ่งไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องจ่าย

คำวินิจฉัย

จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์แล้ว พิพากษายืนตามศาลแรงงานกลาง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์มีสิทธิได้รับค่าชดเชย 32,850 บาท และเงินบำเหน็จ 56,925 บาท จำเลยจ่ายเงิน 56,925 บาท โดยเรียกว่าเงินบำเหน็จ แต่ตามระเบียบฯ โจทก์มีสิทธิได้รับค่าชดเชย 32,850 บาท และเงินบำเหน็จเฉพาะส่วนที่สูงกว่า คือ 24,075 บาท ดังนั้นเงินที่จำเลยจ่าย 56,925 บาท จึงประกอบด้วยค่าชดเชย 32,850 บาท และเงินบำเหน็จ 24,

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1131/2524นายพิสิษฐ์ แพไชยภูมิโจทก์องค์การผลิตอาหารสำเร็จรูป กับพวกจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ระเบียบการเบิกจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้างของจำเลยแปลได้ว่าลูกจ้างซึ่งมีสิทธิได้ทั้งค่าชดเชยและเงินบำเหน็จ ไม่มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จให้ได้รับค่าชดเชยแต่ประเภทเดียว เว้นแต่ลูกจ้างผู้นั้นมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จซึ่งมีจำนวนสูงกว่าค่าชดเชย จึงให้ได้รับเงินบำเหน็จเฉพาะส่วนที่สูงกว่าค่าชดเชย ระเบียบดังกล่าวนี้มิได้ให้ งดการจ่ายค่าชดเชยซึ่งต้องจ่ายตามกฎหมาย แต่ให้งดหรือจ่ายบางส่วนสำหรับเงินบำเหน็จ ซึ่งไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องจ่าย เป็นระเบียบที่ชอบและไม่ขัดต่อกฎหมาย เมื่อนายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้ลูกจ้างตามสิทธิที่ลูกจ้างจะได้รับแล้วแม้จะเรียกว่าเงินบำเหน็จ ก็ยังเป็นค่าชดเชยตามความจริงศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง ผู้พิพากษาสมทบฝ่ายลูกจ้างทำความเห็นแย้ง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "มีปัญหาว่าจำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์แล้วหรือไม่ ปรากฏว่ามีระเบียบการเบิกจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้าง พ.ศ. 2502 ข้อ 5 ซึ่งแก้ไขโดยระเบียบการเบิกจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้าง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2511 กำหนดเรื่องเงินบำเหน็จไว้ว่า"เงินบำเหน็จซึ่งให้แก่ลูกจ้างซึ่งออกจากงานตามข้อ 4 มีจำนวนเท่ากับค่าจ้างเดือนสุดท้ายคูณด้วยจำนวนปีเวลาทำงานเวลาทำงานสำหรับคำนวณบำเหน็จ ให้นับแต่จำนวนปีเศษของปีถ้าถึง 6 เดือนให้นับเป็นหนึ่งปีในกรณีลูกจ้างประจำผู้ใดมีสิทธิได้รับทั้งเงินชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยกำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้างการใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้างและการจัดให้มีสวัสดิการ