ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1458/2524
ประเด็นกฎหมาย
การเลิกจ้างโดยอ้างเหตุว่าลูกจ้างทำลายทรัพย์สินของนายจ้าง โดยลูกจ้างฉีกใบเตือนซึ่งเป็นเอกสารที่มอบให้ลูกจ้างแล้ว ถือเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม
หลักกฎหมาย
ใบเตือนที่มอบให้ลูกจ้างถือเป็นเอกสารที่ลูกจ้างจะเอาไปทำอะไรก็ได้ การที่ลูกจ้างฉีกใบเตือนดังกล่าวจึงไม่เป็นการทำลายทรัพย์สินของนายจ้าง และไม่เป็นเหตุให้เลิกจ้างโดยชอบ
คำวินิจฉัย
การเลิกจ้างของจำเลยเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม จำเลยต้องรับโจทก์กลับเข้าทำงานและชำระค่าเสียหายให้โจทก์ ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลแรงงานกลาง
ข้อเท็จจริงสำคัญ
ผู้บังคับบัญชาสั่งให้โจทก์ปฏิบัติงาน โจทก์ไม่ปฏิบัติตาม ผู้บังคับบัญชาจึงออกใบเตือนให้โจทก์รับทราบ โจทก์ฉีกใบเตือนเฉพาะฉบับที่จำเลยออกให้โจทก์ ซึ่งเป็นฉบับที่มอบให้ลูกจ้าง จำเลยมีคำสั่งที่ 4/2524 ปลดโจทก์ออกจากงานโดยระบุเหตุว่าโจทก์จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายและเจตนาทำลายทรัพย์สินของนายจ้าง
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1458/2524นางสาววัชรินทร์ ประสิทธิ์กุลโจทก์บริษัท พิพัฒนกิจเท็กซ์ไทล์ จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 1336 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ผู้บังคับบัญชาสั่งให้โจทก์ปฏิบัติงาน โจทก์ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ผู้บังคับบัญชาจึงได้ออกใบเตือนให้โจทก์รับทราบ โจทก์ฉีกใบเตือนเฉพาะฉบับที่จำเลยออกให้โจทก์เท่านั้น ซึ่งเป็นฉบับที่มอบให้ลูกจ้าง ถือว่าลูกจ้างจะเอาไปทำอะไรก็ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้จำเลยก็ไม่อาจอ้างว่าโจทก์ทำลายทรัพย์สินคือใบเตือนของจำเลย ดังที่ระบุไว้ในคำสั่งเลิกจ้าง จึงถือไม่ได้ว่าการที่จำเลยปลดโจทก์ออกจากงาน เป็นการปลดหรือเลิกจ้างเพราะเหตุได้กระทำผิดดังที่ระบุไว้ในคำสั่ง จำเลยต้องรับโจทก์กลับเข้าทำงาน และชำระค่าเสียหายให้โจทก์ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่เดิม และให้นับอายุการทำงานติดต่อกัน กับให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายเท่ากับอัตราค่าจ้างสุดท้ายที่โจทก์ได้รับอยู่นับแต่วันที่ 21 มกราคม 2524 ตลอดไปจนกว่าจำเลยจะรับโจทก์กลับเข้าทำงาน จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีนี้โจทก์ฟ้องมุ่งประสงค์ให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงาน เพราะโจทก์ถูกจำเลยเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยจึงมีว่า การเลิกจ้างของจำเลยเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมหรือไม่ เห็นว่า ตามคำสั่งที่ให้ปลดโจทก์ออกจากงานคือคำสั่งที่ 4/2524 (เอกสารหมาย ล.4) ในคำสั่งดังกล่าวจำเลยได้ระบุว่าเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย และเจตนาทำลายทรัพย์สินของนายจ้าง ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง คดีนี้จำเลยอุทธรณ์ทั้งปั