ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1460/2524

ประเด็นกฎหมาย

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นราชการส่วนกลางหรือไม่ และลูกจ้างที่เกษียณอายุมีสิทธิได้รับค่าชดเชยหรือไม่

หลักกฎหมาย

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลซึ่งจัดตั้งโดยพระราชบัญญัติ มีวัตถุประสงค์ไม่ใช่การบริหารราชการแผ่นดิน และมีคณะกรรมการบริหารกิจการแยกต่างหาก ไม่ใช่ราชการส่วนกลาง จึงไม่อยู่ในข้อยกเว้นของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลูกจ้างที่เกษียณอายุมีสิทธิได้รับทั้งเงินบำเหน็จและค่าชดเชย การขอรับเงินบำเ

คำวินิจฉัย

จำเลยไม่ใช่ราชการส่วนกลาง โจทก์มีสิทธิได้รับค่าชดเชย และการขอรับเงินบำเหน็จไม่เป็นการสละสิทธิเรียกร้องค่าชดเชย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ที่ 3 เป็นเงิน 36,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องย้อนหลังไป 5 ปี และดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ที่ 5 ที่ 12 ที่ 21 เสีย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเป็นนิติบุคคลจัดตั้งโดยพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ. 2517 มีวัตถุประสงค์ออกสลากกินแบ่งรัฐบาล จัดการโรงพิมพ์ และกิจการอื่นที่เกี่ยวเนื่อง โจทก์ออกจากงานเพราะเหตุเกษียณอายุ คณะกรรมการของจำเลยให้โจทก์ขอรับเงินได้ประเภทเดียว คือ เงินบำเหน็จหรือค่าชดเชย โจทก์ขอรับเงินบำเหน็จ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1460/2524นางสมร ตุงคะเศรณี กับพวกโจทก์สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจำเลย ป.พ.พ. ม. 166 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 218 สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจำเลยได้จัดตั้งขึ้นเป็นนิติบุคคลโดยพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ. 2517 วัตถุประสงค์ของจำเลยไม่ใช่การบริหารราชการแผ่นดิน มีคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลทำหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการและวางนโยบายของจำเลยแยกต่างหากจากการบริหารราชการแผ่นดิน จำเลยจึงมิใช่ส่วนราชการที่เป็นราชการส่วนกลางตามที่ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 218 ระบุไว้ ไม่เข้าข่ายยกเว้นใช้บังคับประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน โจทก์ซึ่งออกจากงานเพราะเหตุเกษียณอายุ มีสิทธิที่จะได้รับทั้งเงินบำเหน็จและค่าชดเชย คณะกรรมการของจำเลยให้โจทก์ขอรับเงินได้ประเภทเดียว เป็นการปฏิเสธจ่ายเงินอีกประเภทหนึ่ง โจทก์ขอรับเงินบำเหน็จจึงหาใช่เป็นการสละสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยไม่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี สำหรับโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 9 ที่ 15 คิดเพียง 3 ปี ที่ 4 ที่ 6 ที่ 7 คิดเพียง 1 ปี ที่ 8 ที่ 10 ที่ 18 ที่ 19 ที่ 20 คิดเพียง 5 ปี ที่ 11 คิดเพียง 4 ปี ที่ 14 ที่ 17 คิดเพียง 2 ปี กับดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่กล่าว ยกฟ้องโจทก์ที่ 3 ที่ 5 ที่ 12 ที่ 21 โจทก์ที่ 3 ที่ 5 ที่ 12 ที่ 21 และจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "จำเลยอุทธรณ์เป็นประการแรกว่า กิจการของจำเลยเป็นราชการส่วนกลาง เข้าข่ายยกเว้นไม่ให้ใช้บังคับตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานพิเคราะห์แล้ว ราช