การจ่ายเงินบำเหน็จตามระเบียบของนายจ้างซึ่งมีจำนวนสูงกว่าค่าชดเชยตามกฎหมาย ถือเป็นการจ่ายค่าชดเชยแล้วหรือไม่
เมื่อนายจ้างจ่ายเงินบำเหน็จซึ่งมีค่าชดเชยเกลื่อนกลืนอยู่ด้วยให้แก่ลูกจ้าง ต้องถือว่านายจ้างได้จ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างแล้ว ลูกจ้างไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยอีก
โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยจากจำเลยอีก เพราะถือว่าจำเลยได้จ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์แล้ว พิพากษายืนตามศาลแรงงานกลาง
จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเกษียณอายุ โจทก์มีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามกฎหมาย แต่ค่าชดเชยมีจำนวนต่ำกว่าเงินบำเหน็จที่โจทก์จะได้รับตามระเบียบของจำเลย จำเลยจึงจ่ายเงินบำเหน็จให้แก่โจทก์ โดยถือว่าเงินบำเหน็จดังกล่าวรวมค่าชดเชยอยู่ด้วย (เกลื่อนกลืน) เนื่องจากเงินบำเหน็จสูงกว่าค่าชดเชย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1465 - 1466/2524นายคำ ณ ลำปางฯโจทก์องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้จำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุเกษียณอายุโจทก์มีสิทธิได้รับค่าชดเชย และค่าชดเชยนั้นมีจำนวนต่ำกว่าเงินบำเหน็จที่จะได้รับ จำเลยจึงจ่ายเงินบำเหน็จอันมีค่าชดเชยเกลื่อนกลืนอยู่ด้วยให้แก่โจทก์ กรณีเช่นนี้ต้องถือว่าจำเลยได้จ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์แล้วศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้ง 2 สำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ว่าเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้างที่จำเลยจ่ายให้แก่โจทก์ตามระเบียบของจำเลยว่าด้วยการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้าง พ.ศ. 2502 และระเบียบฉบับที่ 2 พ.ศ. 2511 นั้น ไม่ใช่ค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน เพราะระเบียบดังกล่าว(คงหมายถึงการจ่ายเงินตามระเบียบดังกล่าว) มีวัตถุประสงค์ยิ่งกว่าการให้เป็นเงินจำนวนหนึ่งแก่ลูกจ้างเมื่อถูกเลิกจ้าง และมีหลักการและวิธีการแตกต่างไปจากค่าชดเชย จึงเป็นเงินประเภทอื่น จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชย พร้อมด้วยดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ตามฟ้องพิเคราะห์แล้ว ปรากฏว่าศาลแรงงานกลางก็มิได้วินิจฉัยว่า เงินบำเหน็จตามระเบียบที่จำเลยใช้อยู่นั้นถือได้ว่าเป็นค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน แต่ได้ความว่า "ระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้าง พ.ศ. 2502" ซึ่งคณะรัฐมนตรีวางไว้และจำเลยนำมาใช้นั้น ข้อ 5 มีความว่า "เงินบำเหน็จที่ให้แก่ลูกจ้างซึ่งออกจากงานตามข้อ 4 มีจำนวนเท่ากับค่าจ้างเดือนสุดท้ายคูณด้วยจำนวนปีเวลาทำงานเวลาทำงานสำหรับคำนวณเงินบำเหน็จให้นับแต่จำนวนปี เศษของปีถ้าถึงหกเดือนให้นับเป็นหนึ่งปีในกรณีลูกจ้างปร