โรงงานยาสูบเป็นรัฐวิสาหกิจหรือราชการส่วนกลาง และผู้อำนวยการโรงงานยาสูบเป็นนายจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน หรือไม่
โรงงานยาสูบซึ่งดำเนินกิจการผลิตบุหรี่ซิกาแรตจำหน่ายเพื่อแสวงหากำไรเป็นรายได้ของแผ่นดิน มิใช่ราชการส่วนกลาง แต่เป็นรัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลังเป็นเจ้าของ จึงไม่ได้รับยกเว้นตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ข้อ 1(1) และความสัมพันธ์ระหว่างกระทรวงการคลังกับพนักงานเป็นนายจ้างลูกจ้างตามประกาศดังกล่าว นอกจากนี้ ผู้
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลแรงงานกลางที่ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์
โรงงานยาสูบเป็นโรงงานผลิตบุหรี่ซิกาแรตจำหน่ายเพื่อแสวงหากำไรเป็นรายได้ของแผ่นดินที่รัฐเป็นผู้ดำเนินการเช่นเอกชนผู้ประกอบอุตสาหกรรมอื่นโดยทั่วไป มิใช่ราชการส่วนกลาง แต่เป็นรัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลังเป็นเจ้าของ และจำเลยที่ 2 ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการโรงงานยาสูบ มีอำนาจควบคุมดูแลกิจการตามที่จำเลย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2343 - 2346/2524นายพละ อาจหาญโจทก์กระทรวงการคลัง กับพวกจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน โรงงานยาสูบเป็นโรงงานผลิตบุหรี่ซิกาแรตจำหน่ายเพื่อแสวงหากำไรเป็นรายได้ของแผ่นดินที่รัฐเป็นผู้ดำเนินการเช่นเอกชนผู้ประกอบอุตสาหกรรมอื่นโดยทั่วไป มิใช่ราชการส่วนกลางตามความหมายที่ยกเว้นไว้ในประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน แต่เป็นรัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลังเป็นเจ้าของ จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้แทนได้แต่งตั้งให้จำเลยที่ 2 เป็นผู้อำนวยการโรงงานยาสูบมีอำนาจควบคุมดูแลจัดกิจการของโรงงานตามที่จำเลยที่ 1 มอบหมาย ถือได้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นนายจ้างตามความของประกาศกระทรวงมหาดไทยศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 กับที่ 5 จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า จำเลยที่ 1 เป็นราชการส่วนกลาง โดยเป็นกระทรวงในรัฐบาล มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการอันกฎหมายบัญญัติให้เป็นการผูกขาดของรัฐตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 216 หมวด 3 ข้อ 9 โรงงานยาสูบเป็นหน่วยงานประกอบอุตสาหกรรมบุหรี่ซิกาแรตอันเป็นการผูกขาดตามพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. 2509 มาตรา 16 มิได้เป็นรัฐวิสาหกิจหรือองค์การใดหนึ่งซึ่งตั้งขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกาโดยเฉพาะ เมื่อจำเลยที่ 1 เป็นราชการส่วนกลาง จึงได้รับยกเว้นตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ฉบับลงวันที่ 16 เมษายน 2515 ข้อ 1(1) ไม่ให้ตกอยู่ในบังคับของประกาศนี้ ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ซึ่งปฏิบัติงานไปตามที่จำเลยที่ 1 มอบหมาย จำเลยที่ 2ไม่ใช่นายจ้างโจทก์ไม่มีอำ