โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเพียงผู้เตรียมแบบแจ้งการประเมิน ไม่ใช่เจ้าพนักงานประเมิน และการที่จำเลยแจ้งว่ายังค้นหาเอกสารไม่พบ ไม่ถือว่าจำเลย
ผู้ที่ลงชื่อในแบบแจ้งการประเมินเท่านั้นที่เป็นเจ้าพนักงานประเมิน ผู้เตรียมแบบไม่มีสถานะเป็นเจ้าพนักงานประเมิน และการที่คู่ความแจ้งว่ายังค้นหาเอกสารไม่พบ หากไม่มีพฤติการณ์บิดพลิ้ว ย่อมไม่ถือว่ายอมรับข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 123
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 และกรณีของจำเลยไม่ต้องด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 123
ตามแบบแจ้งการประเมินภาษีการค้า จำเลยที่ 2 เป็นเพียงผู้เตรียมแบบ ส่วนผู้ลงชื่อเป็นเจ้าพนักงานประเมินคือนายกมล ช่วงรังษี และจำเลยแจ้งต่อศาลว่ายังค้นหาเอกสารที่ศาลเรียกไม่พบ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2662/2524ห.จ.ก. เลี่ยงฮั่วเส็งโจทก์กรมสรรพากร กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 55, ม. 123 ป.รัษฎากร ผู้ลงชื่อในฐานะเป็นเจ้าพนักงานประเมินคือ ก. โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเพียงผู้เตรียมแบบแจ้งการประเมิน ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานประเมิน กรมสรรพากรจำเลยแจ้งต่อศาลว่า เอกสารต่างๆ ที่โจทก์ส่งจำเลยตามที่โจทก์ขอให้ศาลมีคำสั่งเรียกมา ยังค้นหาไม่พบ หากพบแล้วจะรีบส่งให้โดยด่วน ดังนี้ จะถือว่าข้อเท็จจริงแห่งข้ออ้างที่โจทก์จะต้องนำสืบโดยเอกสารนั้น จำเลยได้ยอมรับแล้วตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 123 ไม่ได้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "1. โจทก์ฎีกาว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 เพราะการกระทำของจำเลยที่ 2 แสดงออกโดยชัดแจ้งว่ากระทำในฐานะเป็นเจ้าพนักงานประเมิน ศาลฎีกาเห็นว่า ตามแบบแจ้งการประเมินภาษีการค้าตามเอกสารหมาย จ.1 ซึ่งมี 2 ฉบับ จำเลยที่ 2 แสดงออกในฐานะเพียงเป็นผู้เตรียมแบบแจ้งการประเมินภาษีการค้าเท่านั้น ส่วนผู้ที่ลงชื่อในฐานะเป็นเจ้าพนักงานประเมินคือ นายกมล ช่วงรังษี ดังนั้น จำเลยที่ 2 จึงหาใช่เป็นเจ้าพนักงานประเมินไม่ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานประเมินศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย " ฯลฯ "5. โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ได้ส่งบัญชีและเอกสารต่าง ๆ ทั้งหมดให้จำเลย (กรมสรรพากร) จึงฟังได้ว่า ต้นฉบับเอกสารต่าง ๆ อยู่ในความครอบครองของจำเลย เมื่อจำเลยไม่ยอมส่งต้นฉบับเอกสารนั้นให้ตามที่โจทก์ขอให้ศาลมีคำสั่งเรียกมา ก็ต้องถือว่าข้อเท็จจริงแห่งข้ออ้างที่โจทก์จะต้องนำสืบโดยเอกสารนั้น จำเลยได้ยอมรับแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 123 ศาลฎีกาเห