ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3432/2524

ประเด็นกฎหมาย

การเลิกจ้างลูกจ้างเพราะสามีของลูกจ้างไปทำงานกับคู่แข่งขันทางธุรกิจของนายจ้าง เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

หลักกฎหมาย

การเลิกจ้างเป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรมต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงเป็นเรื่อง ๆ ไป การที่สามีโจทก์ไปทำงานกับบริษัทอื่นซึ่งเป็นคู่แข่งขันทางธุรกิจกับจำเลยไม่เกี่ยวกับตัวโจทก์ เมื่อโจทก์ทำงานเป็นผลดีแก่ธุรกิจของจำเลยตลอดมา และไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับความเสียหาย การเลิกจ้างโจทก์โดยอ้างเหตุนี้จึงเป็นการเลิกจ้างที

คำวินิจฉัย

การเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมต่อลูกจ้าง ตามมาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 พิพากษายืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ทำงานกับจำเลยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2520 ไม่เคยกระทำผิดข้อบังคับ มีผลงานดีเด่น เคยได้รับโล่รางวัลผลงานสูงสุด จำเลยเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2524 โดยอ้างเหตุผลว่าเพื่อความเหมาะสม เพราะสามีโจทก์ไปทำงานในบริษัทคู่แข่งขันทางธุรกิจของจำเลย โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับความเสียหาย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3432/2524นางสาวรสสุคนธ์ ตัณฑ์จยะโจทก์บ.จ.ก. อินเตอร์ไลฟ์จำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยอ้างเพื่อความเหมาะสมเพราะเหตุที่ สามีโจทก์ไปทำงานกับบริษัทอื่นซึ่งถือว่าเป็นคู่แข่งขันทางธุรกิจกับจำเลย เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมต่อลูกจ้าง ตาม มาตรา 49 แห่ง พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยเพียงข้อเดียวว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมตามมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 หรือไม่ ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เริ่มเข้าทำงานกับจำเลยในปี พ.ศ. 2520 เป็นหัวหน้าหน่วยตัวแทนอาชีพต่อมาได้เลื่อนเป็นผู้จัดการฝ่ายขาย กรุงเทพมหานครและครั้งหลังสุดได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการศูนย์ขยายงานสำนักงานใหญ่ 2 ระหว่างทำงานกับจำเลยโจทก์ไม่เคยกระทำผิดข้อบังคับของจำเลย โจทก์มีผลงานดีเด่นเคยได้รับโล่จากจำเลยเนื่องจากมีผลงานสูงสุดอยู่ 1 ปี คือปี พ.ศ. 2522โจทก์สามารถจัดให้จำเลยมีลูกค้าประกันชีวิตได้เป็นจำนวนมากในชั่วระยะเวลาอันสั้น นับว่าโจทก์ได้ปฏิบัติงานจนเป็นผลดีแก่การประกอบธุรกิจของจำเลยเป็นอย่างมาก แต่แล้วอยู่ ๆ จำเลยก็เลิกจ้างโจทก์ โดยอ้างเหตุผลเพียงว่าเพื่อความเหมาะสม โดยจำเลยอ้างเหตุที่ต้องเลิกจ้างโจทก์เพราะสามีโจทก์ไปทำงานในบริษัทอื่นในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายขาย ซึ่งถือว่าเป็นคู่แข่งขันทางธุรกิจกับจำเลย ถ้าให้โจทก์ทำงานกับจำเลยต่อไป ก็จะเป็นอันตรายต่อธุรกิจของจำเลย ศาลฎี