การโอนลูกจ้างตามสัญญาเช่าและการเลิกสัญญาเช่าไม่ทำให้หน้าที่นายจ้างใหม่ในการจ่ายค่าชดเชยสิ้นสุดลง
การรับช่วงจ้างลูกจ้างตามสัญญาเช่าเป็นการโอนสิทธิของนายจ้างเดิมให้นายจ้างใหม่โดยความยินยอมของลูกจ้างตาม ป.พ.พ. มาตรา 577 ทำให้นายจ้างใหม่มีหน้าที่จ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกเลิกจ้างล่วงหน้า การเลิกสัญญาเช่าในภายหลังไม่มีผลทำให้ลูกจ้างกลับไปเป็นลูกจ้างของนายจ้างเดิมโดยอัตโนมัติ และไม่กระทบหน้าที่ข
พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 1 จ่ายค่าจ้าง สินจ้างแทนการบอกกล่าวเลิกจ้าง ค่าชดเชยพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าโรงภาพยนตร์จากจำเลยร่วม โดยมีข้อสัญญาข้อ 10 ว่าจำเลยที่ 1 ตกลงรับช่วงจ้างคนงานจากจำเลยร่วมให้ทำงานกับจำเลยที่ 1 ต่อไป โจทก์ทุกคนซึ่งเคยเป็นลูกจ้างของจำเลยร่วมได้เปลี่ยนมาเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 และทำงานให้แก่จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 2 เดือน 15 วัน จนถึงวันเลิกจ้าง ต่อมาจำเลยที่ 1 เ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 223 - 235/2525นางสุนทรีย์ คงสวัสดิ์โจทก์นายเกริกฤทธิ์ วงศ์สุภาพจำเลยจำเลยร่วมจำเลยนายหลิมเกี้ยนถวนหรือนายเกี้ยนกวน แซ่หลิมจำเลย ป.พ.พ. ม. 391, ม. 577 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าโรงภาพยนตร์จากจำเลยร่วมโดยมีข้อสัญญาว่าจำเลยที่ 1 ตกลงรับช่วงจ้างคนงานจากจำเลยร่วมให้ทำงานกับจำเลยที่ 1 ต่อไป ลูกจ้างของจำเลยร่วมจึงเปลี่ยนมาเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 สัญญาจ้างระหว่างจำเลยร่วมกับลูกจ้างจึงเป็นอันระงับ อันเป็นกรณีนายจ้างเดิมโอนสิทธิของตนให้แก่นายจ้างใหม่ โดยความยินยอมของลูกจ้าง เพราะลูกจ้างได้ทำงานให้แก่จำเลยที่1 จนถึงวันเลิกจ้างเป็นเวลาสองเดือนเศษดังนั้น เมื่อจำเลยที่ 1 เลิกจ้างลูกจ้าง จำเลยที่ 1 จึงมีหน้าที่จ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกเลิกจ้างล่วงหน้า และแม้ต่อมาจำเลยที่ 1 จะได้เลิกสัญญากับจำเลยร่วม ก็ไม่มีผลทำให้หน้าที่ของจำเลยที่ 1 ที่มีต่อลูกจ้างต้องเปลี่ยนแปลงไปศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้าง สินจ้างแทนการบอกกล่าวเลิกจ้าง ค่าชดเชยพร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ทุกสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ที่จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ว่าจำเลยที่ 1 ได้ใช้สิทธิตามกฎหมายเลิกสัญญาระหว่างจำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมแล้ว เพราะจำเลยร่วมเป็นฝ่ายผิดสัญญา คู่สัญญาจึงต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 คือโจทก์ทุกคนต้องกลับคืนไปสู่ความรับผิดชอบของจำเลยร่วมเช่นเดิมและจำเลยร่วมจะต้องรับผิดต่อโจทก์แต่เพียงผู้เดียว ทั้งกรณีไม่ใช่เป็นการโอนสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 577 นั้น ศาลฎีกาพิเคราะห์สัญญาเช่าโรงภาพยนตร์ ฉบับลงวันที่ 1 เมษายน 2524