ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 ในคดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นซึ่งลงโทษปรับและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
คดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นในความผิดซึ่งมีโทษปรับและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218
พิพากษายกฎีกาจำเลย
จำเลยถูกศาลชั้นต้นพิพากษาว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 34, 87 ลงโทษปรับ 2,000 บาท และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่าไม่มีเจตนากระทำความผิดและสำคัญผิดว่ายื่นหลักฐานภายหลังได้
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 257/2525อัยการศาลแขวงสุพรรณบุรีโจทก์นายไพศาล แสนใจงามจำเลย ป.วิ.อ. ม. 218 พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2522 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นโดยลงโทษปรับจำเลย 2,000 บาท และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยมีกำหนด 5 ปีนั้น คู่ความจะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 34, 87 ลงโทษปรับ 2,000บาท และให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยมีกำหนด 5 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่าง โดยให้ลงโทษปรับจำเลย 2,000 บาท และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยมีกำหนดห้าปี จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่มีเจตนากระทำความผิดตามโจทก์ฟ้อง เหตุที่จำเลยไม่ได้ยื่นหลักฐานการจ่ายเงิน และหลักฐานการค้างชำระ ก็โดยสำคัญผิดว่ายื่นภายหลังได้ จึงไม่มีความผิดนั้น เห็นว่าฎีกาของจำเลยดังกล่าวเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามกฎหมายที่กล่าวข้างต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"พิพากษายกฎีกาจำเลย(บรรเทอง ภู่กฤษณา-ชลูตม์ สวัสดิทัต-สุรัช รัตนอุดม)แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ