ปัญหาว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์หรือไม่ และโจทก์มีสิทธิได้รับค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าหรือไม่
เมื่อจำเลยให้การรับว่าได้เลิกจ้างโจทก์แล้ว ศาลแรงงานกลางต้องถือว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์ตามที่รับ และต้องวินิจฉัยต่อไปว่าโจทก์มีสิทธิได้รับค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าหรือไม่
ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาศาลแรงงานกลางที่ยกฟ้องโดยฟังว่าจำเลยมิได้เลิกจ้างโจทก์ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลแรงงานกลางเฉพาะที่วินิจฉัยปัญหาว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์หรือไม่ และให้ศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษาใหม่
จำเลยที่ 2 ให้การรับว่าได้เลิกจ้างโจทก์แล้ว โดยอ้างเหตุว่าโจทก์จงใจฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของโรงงาน ละทิ้งหน้าที่หนีตามชายคนรักไปอยู่กินฉันสามีภริยาเป็นเวลานานกว่า 20 วัน โดยไม่บอกกล่าว ทำให้จำเลยที่ 2 ได้รับความเสียหาย แต่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่ายังฟังไม่ได้ว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์ และพิพากษ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 272/2525นางสาวบุญโฮม จอมไพรศรีโจทก์นายวิโรจน์ แซ่ลิ้ม กับพวกจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 เมื่อจำเลยให้การรับว่าได้เลิกจ้างโจทก์แล้ว การที่ ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์ จึงเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงไม่ถูกต้องและคดียังมีปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปว่าโจทก์มีสิทธิอะไรบ้าง เมื่อถูกเลิกจ้าง ศาลฎีกาพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลแรงงานกลางที่วินิจฉัยดังกล่าวและให้ศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษาใหม่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าจำเลยมิได้เลิกจ้างโจทก์ พิพากษายกฟ้องในประเด็นที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ส่วนปัญหาโจทก์อุทธรณ์ว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์นั้น ปรากฏว่า จำเลยที่ 2 ให้การรับแล้วว่าได้เลิกจ้างโจทก์เพียงแต่ยกเหตุที่ไม่ต้องจ่ายเงินตามฟ้องโจทก์ว่า เนื่องจากโจทก์จงใจฝ่าฝืนระเบียบ ข้อบังคับของโรงงานไฉศิลป์ของจำเลยโดยละทิ้งหน้าที่การงานหนีตามชายคนรักไปอยู่กินฉันสามีภริยาเป็นเวลานานกว่า20 วัน โดยไม่บอกกล่าวจำเลยที่ 2 ทำให้จำเลยที่ 2 ได้รับความเสียหายการเลิกจ้างโจทก์เป็นไปโดยชอบธรรมและชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น การที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จะฟังว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เสียทีเดียวยังไม่ถนัดนัก เมื่อจำเลยมิได้เลิกจ้างโจทก์ จำเลยก็ไม่จำต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ ดังคำวินิจฉัยโดยละเอียดปรากฏอยู่แล้วข้างต้นนั้น เป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงไม่ถูกต้อง เพราะจำเลยที่ 2 ให้การรับแล้วว่าได้เลิกจ้างโจทก์ และคดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยต่อไปด้วยว่า โจทก์มีสิทธิได้รับค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าหรือไ