ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 274/2525

ประเด็นกฎหมาย

การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมมีผลต่อการจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกเลิกจ้างล่วงหน้า และโบนัสหรือไม่ และคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่ยกคำร้องโดยมิไ

หลักกฎหมาย

มาตรา 49 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ ไม่ได้ให้อำนาจศาลแรงงานที่จะสั่งจ่ายหรือไม่จ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกเลิกจ้างล่วงหน้า และโบนัส การจ่ายเงินดังกล่าวต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ข้อ 46, 47 ป.พ.พ. มาตรา 582, 583 และระเบียบข้อบังคับของบริษัท ไม่เกี่ยวกับมาตรา 49 ดังนั้นแม้การเลิกจ้างจะมิใช่

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 1 เลิกจ้างโจทก์ และศาลแรงงานกลางฟังยุติว่าการเลิกจ้างมิใช่เป็นการเลิกจ้างอันไม่เป็นธรรม โจทก์ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์กล่าวหาจำเลยที่ 1 ฝ่าฝืน พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 121 โดยเลิกจ้างเพราะโจทก์ยื่นข้อเรียกร้องให้ทบทวนคำสั่งเลิกจ้างนายสันทัด แซ่โล้ว คณะกรรมการแรงงานสั

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 274/2525นายชัยฤทธิ์ รุ่งชวาลนนท์ กับพวกโจทก์บริษัท เอฟ เอ็ม เอ จำกัด กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 582 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน แม้การเลิกจ้างของจำเลยจะมิใช่เป็นการเลิกจ้างอันไม่เป็นธรรมก็ตาม ก็หาเป็นเหตุให้จำเลยไม่ ต้องจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกเลิกจ้างล่วงหน้าและเงินอื่น ๆ ตามข้อบังคับของจำเลยไม่ โจทก์ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ขอให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานหรือมิฉะนั้นให้จ่ายค่าชดเชยสินจ้างแทนการบอกเลิกจ้างล่วงหน้าและค่าเสียหายให้โจทก์คณะกรรมการยกคำร้องของโจทก์เพราะเห็นว่าโจทก์ไม่มีอำนาจยื่นคำร้อง โดยมิได้วินิจฉัยปัญหาว่าจำเลยต้องจ่ายเงินต่าง ๆ นั้นให้โจทก์หรือไม่ จึงถือไม่ได้ว่าคณะกรรมการมีคำสั่งว่าจำเลยไม่ต้องจ่ายเงินดังกล่าวให้โจทก์ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 จ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกเลิกจ้างล่วงหน้าและโบนัสให้โจทก์ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ที่จำเลยที่ 1อุทธรณ์ว่า การที่จำเลยที่ 1 เลิกจ้างโจทก์ มิใช่เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมจำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกเลิกจ้างล่วงหน้าและโบนัสให้โจทก์ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 นั้น ได้พิเคราะห์บทบัญญัติ มาตรา 49 แล้วเห็นว่ามีความหมายว่า หากศาลแรงงานเห็นว่าการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมต่อลูกจ้าง ศาลแรงงานมีอำนาจสั่งให้นายจ้างรับลูกจ้างผู้นั้นกลับเข้าทำงานต่อไป หากเห็นว่าไม่อาจทำงานร่วมกันต่อไปได้ ศาลแรงงานมีอำนาจกำหนดจำนวนค่าเสียหายให้นายจ้างชดใช้ให้ลูกจ้