ข้อความในหนังสือพิมพ์ที่ระบุว่าโจทก์เป็นคนไร้ศีลธรรมและมีส่วนพัวพันกับการจ้างวานฆ่า เป็นการหมิ่นประมาทหรือไม่ และบรรณาธิการอำนวยการต้องร่วมรับผิดด้วยห
ข้อความที่ใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง เป็นการหมิ่นประมาท เว้นแต่เป็นการเสนอข้อความโดยสุจริต ติชมด้วยความเป็นธรรม หรือเป็นการลงข่าวตามข้อเท็จจริง ส่วนบรรณาธิการที่จะต้องรับผิดเป็นตัวการตาม พ.ร.บ.การพิมพ์ฯ มาตรา 48 วรรคสอง ต้องเป็นบรรณาธ
ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะคดีที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
หนังสือพิมพ์ "มติชน" ลงพิมพ์ข้อความในคอลัมน์ "มองมุมนอก" พาดหัวเรื่อง "นายปัญญา 'เลิกอะไร'" พร้อมรูปโจทก์ ข้อความระบุว่าโจทก์ประพฤติตนอย่างคนไร้ศีลธรรม มีส่วนพัวพันเป็นผู้จ้างวานฆ่านายพิชิตผู้สื่อข่าวไทยรัฐ ชอบวางอำนาจบาตรใหญ่ ใช้อำนาจในทางที่ผิด โดยจำเลยที่ 2 รับว่าเป็นผู้รับผิดชอบในข้อความที่ลงโฆษ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 526/2525นายปัญญา ฤกษ์อุไรโจทก์นายพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร กับพวกจำเลย ป.อ. ม. 83, ม. 326, ม. 328, ม. 329 พ.ร.บ.การพิมพ์ พ.ศ.2484 ข้อความที่ลงพิมพ์ในคอลัมน์ "มองมุมนอก" ของหนังสือพิมพ์รายวัน"มติชน" นอกจากจะระบุถึงชื่อและนามสกุลของโจทก์แล้ว ยังลงรูปโจทก์ด้วยทั้งข้อความก็หมายถึงโจทก์เป็นส่วนใหญ่ และข้อความดังกล่าวมีความหมายว่าโจทก์ประพฤติปฏิบัติอย่างคนไร้ศีลธรรมการที่โจทก์ผ่านการสัมมนาหลักสูตรพัฒนานักบริหารไม่ได้ช่วยดัดสันดานและนิสัยของโจทก์ให้กลับตัวกลับใจมีคุณธรรม โจทก์มีส่วนพัวพันเป็นผู้จ้างวานฆ่านายพิชิตผู้สื่อข่าวไทยรัฐเพราะโจทก์มีนิสัยชอบวางอำนาจบาตรใหญ่ มีอารมณ์อ่อนไหวง่าย และใช้อำนาจในทางที่ผิด อำนาจฝ่ายต่ำจึงเข้าครอบงำ ถ้าประเทศมีข้าราชการระดับนักบริหารอย่างโจทก์ บ้านเมืองจะไปไม่รอด ข้อความดังกล่าวเป็นการใส่ความโจทก์ต่อผู้อ่านหนังสือพิมพ์ซึ่งเป็นบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง และถือไม่ได้ว่าเป็นการเสนอข้อความโดยสุจริต ติชมด้วยความเป็นธรรมอันเป็นนิสัยของหนังสือพิมพ์ที่พึงกระทำ หรือเป็นการลงข่าวตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น จึงเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ บรรณาธิการ หมายความว่า บุคคลซึ่งรับผิดชอบในการจัดทำ ตรวจแก้ คัดเลือก หรือควบคุมบทประพันธ์หรือสิ่งอื่นในหนังสือพิมพ์ดังนั้น ในกรณีแห่งหนังสือพิมพ์ บรรณาธิการที่จะต้องรับผิดเป็นตัวการต้องเป็นบรรณาธิการซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับบทประพันธ์หรือสิ่งอื่นในหนังสือพิมพ์เท่านั้น เมื่อโจทก์ไม่ได้นำสืบว่าจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นบรรณาธิการอำนวยการมีส่วนรับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวอย่างไร ประกอบกับจำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ และจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบรรณาธ