การฟ้องเรียกค่าชดเชยโดยอาศัยเหตุว่าเป็นการเลิกจ้างอีกครั้งหลังจากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามิใช่กรณีเลิกจ้าง เป็นฟ้องซ้ำ และกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเ
กฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนไม่เป็นข้อยกเว้นให้ฟ้องซ้ำได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148
พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางที่ให้ยกฟ้องโจทก์
คดีก่อนโจทก์ฟ้องเรียกค่าชดเชยโดยอ้างว่าการออกจากงานเป็นการเลิกจ้าง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นการออกจากงานเพราะครบเกษียณอายุ ไม่ใช่การเลิกจ้าง คดีถึงที่สุด ต่อมาโจทก์ฟ้องเรียกค่าชดเชยอีกโดยอาศัยเหตุเดียวกัน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1350/2525นายโหน จันทร์ประเสริฐโจทก์การรถไฟแห่งประเทศไทยจำเลย ป.วิ.พ. ม. 148 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน คดีก่อนโจทก์ฟ้องว่า การที่โจทก์ออกจากงานเป็นการเลิกจ้าง มีสิทธิได้รับค่าชดเชย ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่ามิใช่เป็นกรณีเลิกจ้างคดีถึงที่สุด แล้วโจทก์มาฟ้องคดีนี้เรียกค่าชดเชยโดยอาศัยเหตุว่า เป็นการเลิกจ้างอีกจึงเป็นฟ้องซ้ำ เพราะแม้ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานจะเป็นกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ของประชาชน ก็มิใช่กรณีที่ยกเว้นให้ฟ้องซ้ำได้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "โจทก์อุทธรณ์ว่าคดีก่อนโจทก์ฟ้องจำเลยว่าผิดข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยในเหตุเลิกจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน โจทก์มิใช่ลูกจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงต้องจ่าายค่าชดเชยแก่โจทก์ พิเคราะห์แล้วได้ความว่า โจทก์กับพวกเคยฟ้องจำเลยต่อศาลแพ่งเรียกค่าชดเชยหลาายสำนวน ปรากฏตามคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ 4876-4891/2522 ของศาลอุทธรณ์ เฉพาะสำนวนของโจทก์ตามคดีหมาายเลขแดงที่ 4876/2522 โจทก์ฟ้องอ้างว่า เนื่องจากมีประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานลงวันที่ 16 เมษายน 2515 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 13 มิถุนายน 2517 ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้าง โจทก์ออกจากการเป็นลูกจ้างของจำเลยฐานสูงอายุ จึงมีสิทธิได้รับค่าชดเชย นอกจากนั้นได้มีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม2518 ข้อ 2 ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้แก่ล