ไม้ของกลางเป็นไม้แปรรูปตามกฎหมายหรือไม่
การนำไม้ไปรองกระสอบข้าวโพดโดยพื้นฉางเป็นซีเมนต์เป็นการพราง และไม้ที่ปูร้านสีข้าวโพดไม่ได้ตอกตะปูรื้อออกได้ง่าย ยังมิได้เปลี่ยนสภาพเป็นเครื่องใช้ จึงเป็นไม้แปรรูปตามมาตรา 4(4) แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484
พิพากษายืน
จำเลยนำไม้มะค่าโมงของกลางไปรองกระสอบข้าวโพด โดยพื้นฉางเป็นซีเมนต์ ไม่จำเป็นต้องใช้ไม้หนาอย่างดีและมีราคา และไม้ที่ใช้ปูร้านสีข้าวโพดไม่ได้ตอกตะปู รื้อออกได้ง่าย ยังมิได้เปลี่ยนสภาพเป็นเครื่องใช้
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1518/2525อัยการนครราชสีมาโจทก์นายสัมพันธ์ ทองต้นไตรจำเลย พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 จำเลยนำไม้มะค่าโมงของกลางรองกระสอบข้าวโพด เห็นได้ว่าเป็นการพรางเพราะพื้นฉางเป็นซิเมนต์ย่อมไม่ต้องใช้ไม้หนาอย่างดีและมีราคา ส่วนไม้ที่ปูร้านสีข้าวโพด ก็ไม่ได้ตอกตะปูรื้อออกได้ง่าย ยังมิได้เปลี่ยนสภาพเป็นเครื่องใช้ ดังนี้ ไม้ของกลางเป็นไม้แปรรูปศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 48, 73, 74 ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2503 มาตรา 17 ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2518 มาตรา 19 จำคุก 1 ปี 6 เดือน และปรับ 15,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้ 3 ปี ริบของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำคุก 9 เดือน และปรับ 3,000 บาท โทษจำคุกรอไว้ 3 ปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า ไม้ของกลางจะเป็นไม้แปรรูปตามกฎหมายหรือไม่ การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้วจากพยาานหลักฐานในสำนวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 222 ซึ่งศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า การนำไม้ของกลางไปรองกระสอบข้าวโพดนั้น ลักษณะการนำไปใช้เห็นได้ว่าการพรางเพราะพื้นฉางเป็นซิเมนต์ย่อมไม่ต้องใช้ไม้หนาอย่างดีและมีราคา ส่วนไม้ของกลางที่ใช้ปูร้านสีข้าวโพดก็ไม่ได้ตอกตะปูรื้อออกได้ง่าย ไม้ของกลางจึงยังมิได้เปลี่ยนสภาพเป็นเครื่องใช้ ข้อเท็จจริงดังกล่าวศาาลฎีกาเห็นว่า ไม้ของกลางเป็นไม้แปรรูป ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 4(4) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อ 1 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 116"พิพากษายืน(ชูเชิด รักตะบุตร์-ไพบูลย์ ไวกาสี-ประสาท บุณยรังษี)แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้น