ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 67/2527

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 67/2527ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรโจทก์เกษตรกรชาวนาหัวหว้าจำเลยผู้ขอรับชำระหนี้จำเลยองค์การตลาดเพื่อเกษตรกรจำเลย ป.พ.พ. ม. 165 (1) พ.ร.ฎ.จัดตั้งองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร พ.ศ.2517 องค์การตลาดเพื่อการเกษตรกรจัดตั้งขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร พ.ศ.2517 มี วัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรดังที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 6(1) ถึง (8) หาใช่ประกอบการค้าโดยทำการซื้อสินค้ามาแล้วขายเป็นปกติธุระไม่จึงมิใช่เป็นพ่อค้าตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(1) จะนำอายุความ2 ปีมาใช้บังคับในกรณีขอให้ลูกหนี้ชำระค่าปุ๋ยไม่ได้ต้องใช้อายุความ 10 ปี ตาม มาตรา 164ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอรับชำระหนี้รายนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ขอรับชำระหนี้ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงตามทางสอบสวนของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ความว่า จำเลยซื้อปุ๋ยเชื่อจากองค์การการตลาดเพื่อเกษตรกรผู้ขอรับชำระหนี้จำนวน 30,000 กิโลกรัม ราคากิโลกรัมละ 3 บาท 80 สตางค์ เป็นเงิน 114,000 บาท โดยติดต่อซื้อเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2518 และส่งมอบเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2518 ต่อมาจำเลยได้ชำระค่าปุ๋ยรวม 3 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2519 ชำระเป็นข้าวเปลือกคิดเป็นเงิน 38,980บาท ครั้งที่สองเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2519 ชำระเป็นข้าวเปลือกคิดเป็นเงิน16,608 บาท และครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2519 ชำระเป็นเงินโอนผ่านธนาคารจำนวน 3,700 บาท คงเหลือเงินที่ยังค้างชำระอยู่ทั้งสิ้น 54,721 บาท องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรยื่นคำขอรับชำระหนี้ในเงินจำนวนดังกล่าวซึ่งล่วงพ้นกำหนด 2 ปีนับแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2519 อันเป็น