ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 390/2523
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 390/2523นายสัญชัย โอธนเมธีโจทก์นางพิมพ์ใจ วงษ์มาลี กับพวกจำเลยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้ร้องนายเอิบ โชติประยูร กับพวกผู้คัดค้าน ป.พ.พ. ม. 99, ม. 544 ป.วิ.พ. ม. ตาราง 1 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 สิทธิการเช่าเป็นทรัพย์สินซึ่งมีราคาและถือเอาได้ผู้ให้เช่า ผู้เช่าเดิมกับผู้เช่าใหม่ตกลงยินยอมกันให้มีผู้เช่าคนใหม่ต่อจากสัญญาเช่าตึกแถวเดิม ผู้เช่าเดิมเลิกสัญญา ดังนี้ เป็นการโอนสิทธิการเช่าชอบด้วยกฎหมายแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอเพิกถอนการโอนทรัพย์สินที่ลูกหนี้ ทำระหว่าง 3 ปี ก่อนขอให้ล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 114 ผู้รับโอนมีหน้าที่นำสืบว่าได้ทำโดยสุจริต มีค่าตอบแทน ไม่เหมือนการเพิกถอนการโอนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 237 ซึ่งผู้ขอต้องนำสืบว่าโอนโดยไม่สุจริต คดีเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอเพิกถอนการโอนเป็นคดีคำขอปลดเปลื้องทุกข์คำนวณเป็นราคาเงินไม่ได้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนสัญญาเช่าที่ผู้คัดค้านที่ 1 ทำกับผู้คัดค้านที่ 2 ให้กลับเป็นจำเลยที่ 1 เช่าตามเดิม หากกลับคืนไม่ได้ให้ใช้เงิน 400,000บาทแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้คัดค้านที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติได้ว่า จำเลยที่ 1 ได้เช่าตึกแถว 4 ชั้น 1 คูหาที่พิพาทจากผู้คัดค้านที่ 1 มาเปิดเป็นร้านตัดเสื้อผ้าชื่อร้าน "เจม่า" สัญญาเช่ามีกำหนด 15 ปีนับแต่วันที่ 15 เมษายน 2515 ได้จดทะเบียนการเช่าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว ต่อมาจำเลยที่ 1 กับผู้คัดค้านที่ 2 ตกลงกันให้ผู้คัดค้านที่ 2 ได้เป็นผู้เช่าตึกแถวพิพาทต่อไปครั้นวันที่ 2 เมษายน 2516 จำเลยที่ 1 ได้ไปทำบันทึกเลิกการเช่ากับผู้คัดค้านที่ 1