ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 599/2523กรมสรรพากรโจทก์นายมนูญ เนาวคุณจำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ป.รัษฎากร ม. 56ถึงแม้ว่าหนี้ที่ขอรับชำระต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์จะเป็นหนี้ตามคำพิพากษาหรือหนี้ที่เป็นมูลให้ศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดก็ตามแต่ก็ไม่มีผลผูกพันให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หรือศาลจำต้องถือตาม เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าลูกหนี้มิได้มีเจตนาซื้อและขายที่ดินและมิได้รับเงินค่าขายที่ดินไว้ลูกหนี้จึงมิใช่ผู้ประกอบการค้า ประเภทการค้า 11 การค้าอสังหาริมทรัพย์ ตามบัญชีอัตราภาษีการค้าและไม่มีเงินได้พึงประเมินจากการขายทรัพย์สินไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าและภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทั้งสองประเภท ส่วนเงินได้พึงประเมินเกี่ยวกับค่าจ้างของลูกหนี้ในปี 2510 เป็นเงินประมาณ 3,000 บาทก็ไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องยื่นรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้ตาม ประมวลรัษฎากร มาตรา 56คดีนี้สืบเนื่องจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลย (ลูกหนี้) เด็ดขาดกรมสรรพากรเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ยื่นคำขอรับชำระหนี้ค่าภาษีการค้าและภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วมีคำสั่งยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ตามมาตรา 107 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายฯ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ได้รับชำระหนี้เต็มจำนวน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และลูกหนี้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ที่เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ฎีกาว่าหนี้รายนี้ต้องรับฟังข้อเท็จจริงตามคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดของศาลแพ่งว่าลูกหนี้เป็นหนี้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์นั้น เห็นว่าในการขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายเจ้าหนี้ทั้งหลายไม่ว่าจะเ