ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2640/2523

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2640/2523นายจิตต์ จอกลอย กับพวกโจทก์การรถไฟแห่งประเทศไทยจำเลย พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 จำเลยเลิกจ้างโจทก์ด้วยสาเหตุที่โจทก์มีส่วนร่วมรู้เห็นในการลักทรัพย์ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของโจทก์นั้น เป็นการเลิกจ้างโดยชอบด้วยระเบียบของโจทก์ว่าด้วยระเบียบวินัย การลงโทษ และการให้ออกจากงานของลูกจ้าง ซึ่งระบุว่า เมื่อลูกจ้างผู้ใดมีความประพฤติไม่เป็นที่ไว้วางใจที่สมควรจะให้คงทำงานต่อไป เมื่อผู้บังคับบัญชาเห็นสมควร สั่งให้ลูกจ้างผู้ใดออกจากงานก็ให้กระทำได้ จำเลยจึงมีเหตุผลเพียงพอ ที่จะเลิกจ้างโจทก์ได้พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 123(1) เป็นบทบัญญัติที่บังคับใช้เพื่อคุ้มครองลูกจ้างซึ่งเกี่ยวกับข้อเรียกร้องเพราะการกระทำอันไม่เป็นธรรมของนายจ้าง แต่กรณีนี้ ไม่ปรากฏว่ามีการเรียกร้องอะไรในคดีเลย จึงไม่อาจนำบทบัญญัติ ดังกล่าวมาปรับใช้ได้โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยรับโจทก์ทั้งสองเข้าทำงานต่อไปในอัตราค่าจ้างที่ได้รับในขณะที่เลิกจ้างทุกประการ หรือจ่ายค่าเสียหายให้แก่โจทก์คนละ 50,000 บาท ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ที่ 2อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 123(1) บัญญัติถึงกรณีที่ห้ามมิให้นายจ้างเลิกจ้าง เว้นแต่ลูกจ้างนั้นทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง เห็นว่า บทบัญญัติดังกล่าวนี้บังคับใช้เพื่อคุ้มครองลูกจ้างซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องเพราะการกระทำอันไม่เป็นธรรมของนายจ้างบัญญัติไว้อยู่ในหมวด 9 แห่งพระราชบัญญัตินี้ แต่กรณีโจทก์ที่ 2 นี้ไม่ปรากฏว่ามีการเรียกร้องอะไรในคดีเลย จึงไม่อาจนำบทบัญญัติดังกล่าวมาปรับใช้กับกรณีโจทก์ที่