ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 439/2539นาง เยาวลักษณ์ วณิชย์เศรษฐ์โจทก์นาย สถาพร ยศธแสนย์ กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 60 พ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ.2477 พระราชบัญญัติทนายความพ.ศ.2528มิได้บัญญัติห้ามศาลที่จะวินิจฉัยว่าทนายความผู้มีพฤติกรรมที่ขัดต่อมรรยาททนายความตามข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความพ.ศ.2529เป็นผู้ประพฤติ ผิดมรรยาททนายความเพื่อวินิจฉัย ความรับผิดทางแพ่งในกรณี ละเมิด แม้จำเลยทั้งสองจะเป็น ลูกจ้างของบริษัทประกันภัยและรับเข้าเป็นทนายความแก้ต่างให้โจทก์ในฐานะลูกจ้างของบริษัทประกันภัยก็ตามแต่การที่ได้ลงลายมือชื่อใน ใบแต่งทนายความแต่งตั้งจำเลยทั้งสองถือว่าโจทก์ได้แต่งตั้งจำเลยทั้งสองเป็นทนายความว่าความให้แล้วโจทก์ ฟ้อง ว่า เดิม โจทก์ ถูก ฟ้อง เป็น จำเลย ที่ 2 ใน คดีแพ่งหมายเลขแดง ที่ 1348/2531 ของ ศาลชั้นต้น โจทก์ ได้ ตกลง ว่าจ้าง ให้จำเลย ทั้ง สอง เป็น ทนายความ แก้ต่าง ให้ แต่ จำเลย ทั้ง สอง ไม่ได้ ไป ว่าความตาม หน้าที่ ละทิ้ง คดี โดย ไม่มี เหตุสมควร จน ศาลชั้นต้น มี คำสั่ง ให้ โจทก์ซึ่ง เป็น จำเลย ที่ 2 ใน คดี นั้น ขาดนัดพิจารณา อีก ทั้ง จำเลย ทั้ง สองจงใจ ละเว้น ไม่ยอม เรียก บริษัท บัวหลวงประกันภัย จำกัด เข้า เป็น จำเลยร่วม จน บริษัท บัวหลวงประกันภัย จำกัด หลุดพ้น ความรับผิด ชอบ ไป ทั้งที่ บริษัท บัวหลวงประกันภัย จำกัด มี หน้าที่ ต้อง รับผิด ชดใช้ แทน โจทก์ การกระทำ ของ จำเลย ทั้ง สอง ทำให้ ศาลชั้นต้น พิพากษา ให้ จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิด ชำระ เงิน แก่ โจทก์ คดี นั้น และ โจทก์ ได้ ชำระ เงิน ตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้น ไป รวม 67,124.35 บาท ขอให้ บังคับ จำเลย ทั้ง สองร่วมกัน ชดใช้ เงิน จำนวน 67,124.35 บาท พร้อม ดอกเบี้ย อัตรา ร้อยละเจ็ด ครึ่ง ต