ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2964/2523นายพินิจ จ้อยสองศรีโจทก์การเคหะแห่งชาติจำเลย พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 โจทก์เป็นลูกจ้างการเคหะแห่งชาติจำเลยตำแหน่งคนงานทำความสะอาดแฟลต ได้เข้าไปในห้องและร่วมประเวณีกับ ส. โดยไม่ปรากฏการข่มขืน ยังไม่เป็นการกระทำผิดฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง แต่เป็นการไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง โจทก์ไม่มีหน้าที่เข้าไปในห้องของผู้เช่าอาศัยในอาคาร โจทก์อ้างตำแหน่งหน้าที่ไปกระทำการดังกล่าวเป็นการเสื่อมเสียแก่จำเลย ซึ่งตามข้อบังคับของจำเลยถือว่าเป็นการผิดวินัยฐานประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีนี้คงมีปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า การกระทำของโจทก์จะถือได้หรือไม่ว่าเป็นความผิดทางวินัยฐานประพฤติชั่วร้ายแรง ซึ่งตามข้อบังคับของจำเลยมีโทษถึงปลดออกข้อเท็จจริงฟังได้ว่า การเคหะแห่งชาติจำเลย สร้างอาคารก็เพื่อให้ประชาชนเช่าและเช่าซื้อเพื่ออยู่อาศัย โจทก์มีภรรยาและบุตรแล้ว โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยตำแหน่งคนงานปฏิบัติงานประจำอยู่ที่สำนักงานดูแลเคหะชุมชนบ่อนไก่ มีหน้าที่ทำความสะอาดอาคารแฟลต 1 เคหะชุมชน 3 บ่อนไก่ เมื่อประมาณปลายเดือนพฤษภาคม 2522 เวลากลางวัน โจทก์ได้เข้าไปในห้องแฟลต 1 ชั้น 4 ของพี่สาวนางพิกุล มีนางสาวสยามรีดผ้าอยู่คนเดียว อ้างว่ามาขอจดมาตรวัดน้ำแล้วได้ร่วมประเวณีกับนางสาวสยาม หลังจากนั้นประมาณเดือนมิถุนายน 2522 ก็ได้เข้าร่วมประเวณีกับนางสาวสยามอีก ต่อมานางพิกุลนายจ้างของนางสาวสยามทราบเรื่องจึงพานางสาวสยามไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ โจทก์ยอมรับว่าจะชดใช้ค่าเสียหายให้ 5,000 บาท แต่แล้วก็บิดพลิ้วไม่ชดใช้ค่าเสียหายให