ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3086 - 3087/2523นายอุทิศ พลับเล็กโจทก์การรถไฟแห่งประเทศไทยจำเลย พ.ร.ฎ.เงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2523 โจทก์เป็นผู้ได้รับเงินสงเคราะห์รายเดือนตามข้อบังคับว่าด้วยกองทุนสำหรับจ่ายสงเคราะห์ผู้ปฏิบัติงานในการรถไฟแห่งประเทศไทยมิใช่ผู้ได้รับบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 4 ทวิ แห่งพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ พ.ศ.2521 ซึ่งเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2523 มาตรา 4 โจทก์จึงมิใช่ผู้มีสิทธิได้รับเงินช่วยค่าครองชีพตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวน โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางว่า ผู้ปฏิบัติงานของจำเลยเมื่อออกจากงานแล้วมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์ตามข้อบังคับของคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยว่าด้วยกองทุนสำหรับจ่ายสงเคราะห์ผู้ปฏิบัติงานในการรถไฟแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 11 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับ ฉบับที่ 41 ที่ 48และที่ 134 โดยระบุไว้ในประกาศฉบับที่ 134 ข้อ 2 ว่า "ผู้ปฏิบัติงานที่ถูกเก็บเงินตามข้อ 2 แห่งข้อบังคับฉบับที่ 11 ให้ได้รับเงินสงเคราะห์ครั้งเดียวหรือเป็นรายเดือน โดยอนุโลมตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และระเบียบการที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายบำนาญทั้งสิ้น" โจทก์ทั้งสองเคยเป็นผู้ปฏิบัติงานของจำเลยซึ่งลาออกแล้ว และได้รับเงินสงเคราะห์ตามข้อบังคับดังกล่าวเป็นรายเดือนจากจำเลย ต่อมามีพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2523 ออกใช้ และมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1