ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 222/2521

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 222/2521คุณหญิงอรุณ กิติยากรโจทก์นายเติม ทับทิมทอง กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 189, ม. 237, ม. 240, ม. 241, ม. 702 คำสั่งของหัวหน้าคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 42/2515 ลงวันที่ 23 กรกฎาคม 2515 เมื่อโจทก์รู้ถึงการที่จำเลยที่ 1 เอาที่ดินที่จำเลยที่ 1 ตกลงจะขายให้โจทก์โดยโจทก์ได้ชำระราคาบางส่วนและจำเลยได้ยอมให้โจทก์เข้าครอบครองที่นั้นแล้วไปจำนองจำเลยที่ 3 เป็นต้นเหตุอันเป็นมูลให้เพิกถอนการฉ้อฉลแล้ว แต่มิได้ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมจำนองนั้นภายใน 1 ปี นับแต่วันที่โจทก์ได้รู้ คดีโจทก์จึงขาดอายุความฟ้องร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 240แม้หัวหน้าคณะปฏิวัติจะมีคำสั่งให้รัฐมีอำนาจจัดการทรัพย์สินทั้งหมดของจำเลยที่ 1 และให้ผู้มีสิทธิภารผูกพันกับที่ดินจากจำเลยที่ 1 ยื่นหลักฐานเรียกร้องที่ดินของจำเลยที่ 1 ต่อกรมที่ดินได้แต่เมื่อคำสั่งนั้นออกมาภายหลังที่คดีโจทก์ขาดอายุความฟ้องร้องขอให้เพิกถอนการฉ้อฉลเสียแล้วจึงไม่ทำให้อายุความดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไปโจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2507 โจทก์ทำสัญญาจะซื้อที่ดินที่จำเลยที่ 1 ประกาศจัดสรรขาย 1 แปลง เนื้อที่ 1 ไร่ จากจำเลยที่ 1 ราคา 156,600 บาท ชำระเงินมัดจำในวันทำสัญญา 12,000 บาท ที่เหลือผ่อนชำระเดือนละ 1,600 บาท ทำสัญญาแล้วจำเลยที่ 1 นำชี้ที่ดินให้โจทก์และโจทก์เข้าครอบครองปลูกบ้านขึ้น 1 หลังโจทก์ผ่อนชำระเงินค่าที่ดินให้จำเลยที่ 1 จนถึงเดือนตุลาคม 2514 เป็นเวลา 76 เดือน เป็นเงิน 133,600 บาท คงเหลือ 22,400 บาท โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยที่ 1 โอนโฉนดให้ โดยโจทก์จะชำระเงินค่าที่ดินที่เหลือให้ทั้งหมด จำเลยที่ 1 อ้างว่ายังแบ่งแยกโฉนดไม่เสร็จและขอผัดผ่อนเรื่อยมา ทั้ง ๆ ที่เจ้าพนักงานที่ดินออกโฉนดที่ดิน 2