การกำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินเวนคืนตามราคาประเมินทุนทรัพย์ของกรมที่ดิน หรือตามราคาซื้อขายในท้องตลาด ภายหลังมีประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับท
เมื่อมีประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 44 ยกเลิกมาตรา 9 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 และให้ใช้ราคาซื้อขายในท้องตลาดเป็นเกณฑ์ในการกำหนดเงินค่าทดแทน และข้อ 5 ให้ใช้บังคับแก่คดีที่ยังไม่เสร็จเด็ดขาด ศาลย่อมมีอำนาจกำหนดเงินค่าทดแทนเพื่อความเป็นธรรมได้
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินแก่โจทก์เพิ่มขึ้นอีก 1,413,000 บาท
ที่ดินของโจทก์ถูกเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. 2531 จำเลยกำหนดค่าทดแทนตารางวาละ 500 บาท โดยใช้บัญชีราคาประเมินทุนทรัพย์ของกรมที่ดิน ต่อมามีประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 44 เปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์เป็นราคาซื้อขายในท้องตลาด และในปี 2529 ที่ดินของโจทก์มีราคาประเมินทุนทรัพย์ตารางวาละ 1,392 บา
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 513/2539นาง ประพิมพ์ ลิมานนท์โจทก์กรุงเทพมหานคร กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 55 พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 ม. 9, ม. 21 ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 44 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพ ข้อ 1แม้คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งขึ้นจะได้กำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินให้โจทก์โดยถือเอาบัญชีราคาประเมินทุนทรัพย์ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมกรุงเทพมหานครพ.ศ.2531ถึง2534ของกรมที่ดินซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนฯพ.ศ.2531ใช้บังคับตั้งแต่วันที่23พฤษภาคม2531เนื่องจากมีราคาสูงกว่าราคาของอสังหาริมทรัพย์ที่มีการตีราคาไว้เพื่อประโยชน์แก่การเสียภาษีบำรุงท้องที่ตามที่ได้บัญญัติไว้ในมาตรา9วรรคสี่พ.ศ.2530ซึ่งคณะกรรมการกำหนดราคาต้องถือปฏิบัติตามในขณะนั้นก็ตามแต่เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้แล้วได้มีประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติฉบับที่44ข้อ1ยกเลิกความในมาตรา9วรรคสี่โดยให้การกำหนดเงินค่าทดแทนต้องคำนึงถึงราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดของอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องเวนคืนตามที่เป็นอยู่ในวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามมาตรา6สภาพและที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์นั้นเหตุและวัตถุประสงค์ของการเวนคืนดังที่ได้บัญญัติไว้ในมาตรา21(1)(4)และ(5)และในข้อ5แห่งประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติดังกล่าวก็ได้บัญญัติให้มีผลใช้บังคับแก่การฟ้องคดียังไม่เสร็จเด็ดขาดในวันที่ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติฉบับนี้ใช้บังคับด้วยดังนั้นเมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์หรือมีคำสั่งให้คณะกรรมการกำหนดราคาพิจารณาเงินค่าทดแทน