ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1997/2521

ประเด็นกฎหมาย

การกระทำของจำเลยที่มียาเสพติดไว้เพื่อจำหน่ายและจำหน่ายยาเสพติดชนิดเดียวกัน เป็นความผิดกรรมเดียวหรือสองกรรม

หลักกฎหมาย

แม้เฮโรอีนที่จำเลยจำหน่ายจะเป็นจำนวนเดียวกับที่จำเลยมีไว้เพื่อจำหน่าย การกระทำของจำเลยก็แยกได้เป็นสองกรรมต่างหากจากกันเป็นสองกระทงความผิด

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดสองกรรม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีเฮโรอีน 30 หลอดไว้เพื่อจำหน่ายกระทงหนึ่ง และฐานจำหน่ายเฮโรอีน 1 หลอดอีกกระทงหนึ่ง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าเป็นกรรมเดียว พิพากษาจำคุก 5 ปี ศาลอุทธรณ์แก้เป็นสองกรรม จำคุก 10 ปี จำเลยฎีกา

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1997/2521พนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์นายวาฮับ ใจธรรมจำเลย ป.วิ.อ. ม. 218 ป.อ. ม. 90, ม. 91 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นแต่เพียงว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด เป็นการแก้ไขเล็กน้อย และยังคงลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละไม่เกิน 5 ปี จำเลยฎีกาข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีเฮโรอีน 30 หลอดไว้เพื่อจำหน่ายกระทงหนึ่ง และฐานจำหน่ายเฮโรอีน 1 หลอดอีกกระทงหนึ่ง แม้เฮโรอีนจำนวน 1 หลอดที่จำเลยจำหน่ายไป จะเป็นเฮโรอีนจำนวนเดียวกับเฮโรอีน 30 หลอด ที่จำเลยมีไว้เพื่อจำหน่าย การกระทำของจำเลยก็แยกได้เป็นสองกรรมต่างหากจากกันเป็นสองกระทงความผิด(อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1198/2519)โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกระทงต่างกรรมต่างวาระกัน คือ มีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งเฮโรอีนจำนวน 30 หลอด และจำหน่ายเฮโรอีนจำนวน 1 หลอดแก่ผู้มีชื่อ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ฯลฯ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยมีเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีนที่มีอยู่นั้น การกระทำเป็นกรรมเดียว พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานจำหน่ายเฮโรอีนให้จำคุก 5 ปี โจทก์อุทธรณ์ให้ลงโทษจำเลยฐานมีเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่ายอีกกระทงหนึ่งจำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่ายอีกกระทงหนึ่ง ให้จำคุก 5 ปี รวม 2 กระทง จำคุก 10 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นแต่เพียงว