ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 527/2539

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาว่าคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ที่ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่โดยต้องสืบพยานในประเด็นการครอบครองที่ดินก่อนวินิจฉัยอายุความนั้นชอบด้วยกฎห

หลักกฎหมาย

เมื่อโจทก์ฟ้องโดยอาศัยสิทธิในฐานะเจ้าของที่ดินซึ่งได้สิทธิโดยการครอบครอง มิใช่สิทธิเรียกร้องตามสัญญามัดจำ และจำเลยให้การว่าโจทก์ไม่เคยเข้าครอบครอง ศาลต้องฟังพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่ายให้สิ้นกระแสความก่อนว่ามีการครอบครองหรือไม่ การที่ศาลชั้นต้นงดสืบพยานและพิพากษายกฟ้องโดยยกสัญญามัดจำขึ้นวินิจฉัยว่าฟ้อ

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ที่ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ และคืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาส่วนที่เกิน 200 บาทให้แก่จำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ทำสัญญามัดจำซื้อที่ดินและอ้างว่าได้เข้าครอบครองที่ดินแล้ว ต่อมาจำเลยที่ 1 ขายที่ดินให้จำเลยที่ 2 โจทก์ฟ้องขอให้ที่ดินเป็นของตน จำเลยที่ 1 ให้การว่าโจทก์ไม่เคยเข้าครอบครองและฟ้องขาดอายุความ ศาลชั้นต้นงดสืบพยานและพิพากษายกฟ้องเพราะขาดอายุความ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ดำเนินก

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 527/2539นาง เหลื่อมหรือเลื้อม แก้วพิทยา โดย นาย สมโภช แก้วพิทยาโจทก์ผู้ เข้า เป็น คู่ความ แทนโจทก์นาง แจว จำปา กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 185, ม. 243 (2), โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ทำสัญญา มัดจำซื้อ ที่ดินพิพาทโดยจำเลยที่1และ ป.ผู้จะขายให้โจทก์เข้าครอบครองที่ดินไว้ก่อนและกำหนดนัดโอนเมื่อจำเลยที่1และ ป. ได้รับ หนังสือรับรองการทำประโยชน์จากเจ้าพนักงานแล้วต่อมา ป. ถึงแก่ความตายจำเลยที่1และ น.ซึ่งเป็นบุตรของ ป. มาแจ้งว่าไม่ได้รับหนังสือรับรองการทำประโยชน์จากเจ้าพนักงานและตกลงให้ที่ดินเป็นของโจทก์ไม่ขอเกี่ยวข้องอีกต่อไปต่อมาจำเลยที่1มีเจตนาทุจริตมาขอจัดการมรดกของ ป. แล้วขายที่ดินดังกล่าวให้จำเลยที่2ไปจึงขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินตามฟ้องเป็นของโจทก์เป็นการฟ้องในฐานะเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทซึ่งได้สิทธิโดยการครอบครองหาใช่โดยอาศัยสิทธิเรียกร้องตามสัญญามัดจำไม่เมื่อจำเลยที่1ให้การว่าโจทก์ไม่เคยเข้าครอบครองที่ดินพิพาทก็ชอบที่ศาลจะต้องฟัง พยานหลักฐานของทั้งสองฝ่ายว่าโจทก์ได้สิทธิครอบครองที่ดินพิพาทหรือไม่การที่ศาลล่างสั่งให้ งดสืบพยานและพิพากษายกฟ้องโดยยกสัญญามัดจำขึ้นวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความจึงไม่ชอบ จำเลยที่1ฎีกาขอให้ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค3ที่พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนการพิจารณาใหม่แล้วพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดีจึงเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์โจทก์ ฟ้อง ว่า เมื่อ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2523 โจทก์ ทำ สัญญามัดจำ ซื้อ ที่ดิน 1 แปลง จาก จำเลย ที่ 1 และ นาย แปลก จำปา ที่ดิน ตั้ง อยู่ หมู่ ที่ 8 ตำบล โคกสะบ้า อำเภอนาโยง จังหวัด ตรัง เนื้อที่ ประมาณ 8 ไร่ ใน ราคา 40,000 บาท ใน วัน ทำ สัญญา จำเลย ที่ 1 และนา