การพาอาวุธปืนที่ได้รับอนุญาตโดยชอบเข้าไปในเมืองโดยไม่มีเหตุอันสมควร เป็นความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท และเมื่อลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็
เมื่อการกระทำเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท และลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 แล้ว จะลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 อีกไม่ได้ และเมื่ออาวุธปืนของกลางเป็นของจำเลยซึ่งได้รับอนุญาตโดยชอบ ไม่ทำให้เป็นปืนที่ผิดกฎหมาย และบทลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ไม่ไ
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้คืนอาวุธปืนและกระสุนปืนของกลางแก่จำเลย
จำเลยพาอาวุธปืนของตนเองซึ่งได้รับอนุญาตให้มีได้โดยชอบเข้าไปในเมืองโดยไม่มีเหตุอันสมควรและไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว จำเลยให้การรับสารภาพ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2280/2521พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ตโจทก์นายอำนาจ สินค้าจำเลย ป.อ. ม. 90, ม. 91, ม. 371 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม. 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, ม. 72 ทวิ วรรคสอง คำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ข้อ 3, ข้อ 7จำเลยพาอาวุธปืนของจำเลยซึ่งได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนให้มีได้โดยชอบเข้าไปในเมืองโดยไม่มีเหตุอันสมควร และไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว เป็นความผิดกรรมเดียวต่อกฎหมายหลายบท คือ ผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ วรรคแรก, 72 ทวิ วรรคสอง และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 37 เมื่อลงโทษตามพระราชบัญญัติ อาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ไม่ทำให้ อาวุธปืนที่มีใบอนุญาตตกเป็นปืนที่ผิดกฎหมายและบทลงโทษตาม พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ไม่ได้ให้อำนาจศาลสั่งริบ จึงริบอาวุธปืนและ กระสุนปืนของกลางไม่ได้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2519 เวลากลางคืน จำเลยได้บังอาจพาอาวุธปืนมีทะเบียนของจำเลยเองซึ่งจำเลยได้รับอนุญาตให้ซื้อถูกต้องแล้วติดตัวไปในเมืองโดยไม่มีเหตุอันสมควรและไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ข้อ 3, 7ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 และขอให้ริบของกลางจำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้องให้ลงโทษจำคุก 6 เดือน ปรับ 3,000 บาท โทษจำคุกรอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ของกลางริบจำเลยอุทธรณ์ขอให้คืนของกลางแก่จำเลยศาลอุทธรณ์เห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท และลงโทษบทหนักแก่จำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซ