ปัญหาว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยตามมาตรา 140 วรรคสาม เกินคำขอของโจทก์หรือไม่ และเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยที่ศาลฎีกามีอำนาจแก้ไขได้หรือไม่
ศาลฎีกามีอำนาจแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยได้ แม้คู่ความจะมิได้ฎีกาในปัญหานั้น
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 วรรคสอง ให้จำคุกจำเลย 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 138, 289, 80 แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยตามมาตรา 140 วรรคสาม ซึ่งโจทก์มิได้ขอให้ลงโทษตามมาตรา 140 ด้วย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2460/2521พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรีโจทก์นายผวน อุฑาจำเลย ป.วิ.อ. ม. 192 ป.อ. ม. 138, ม. 140, ม. 289, ม. 80 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ข้อ 3โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 140 วรรคสามเกินคำขอของโจทก์ เพราะโจทก์มิได้ขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 140 ด้วย การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยตามมาตรา 140 จึงเป็นผลร้ายแก่จำเลย แม้จำเลยจะมิได้ฎีกาขึ้นมาแต่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยศาลฎีกามีอำนาจแก้ไขให้ถูกต้องได้ (อ้างฎีกาที่ 1760/2509)โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2518 จำเลยมีอาวุธปืนและลูกระเบิดไว้ในครอบครอง และเมื่อตำรวจขอตรวจค้น จำเลยใช้ปืนยิงต่อสู้ขัดขวางและพยายามฆ่าตำรวจ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138,289, 80 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ และสั่งริบของกลางจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง ข้อหาต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน เป็นกรรมเดียวกับข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน และระหว่างพิจารณามีพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2518 ออกใช้บังคับ จำเลยจึงไม่ต้องรับโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138, 289, 80 ให้ลงโทษตามมาตรา 289,80 ประกอบกับมาตรา 52 จำคุกตลอดชีวิต อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน กับวัตถุระเบิด จำเลยมีไว้เพื่อใช้และใช้ในการกระทำความผิด ให้ริบ ส่วนเชือกและมีดของกลางยังฟังไม่ได้ว่า มีไว้เพื่อใช้ในการกระทำผิด ให้คืนเจ้าของจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยมีความผิดฐานใช้อาวุธปืนและมีลูกระเบิดมือขัดขวาง ผู้เสียหายในการปฏิบัติการตามหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 140 วรรคสาม ซึ่งโจท