ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2676/2521

ประเด็นกฎหมาย

การตีความบทบัญญัติริบทรัพย์ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติและพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าว่าครอบคลุมถึงทรัพย์ของบุคคลอื่นที่มิได้รู้เห็นเป็นใจใ

หลักกฎหมาย

บทบัญญัติที่ให้ริบทรัพย์สินโดยมิต้องคำนึงว่าเป็นของผู้กระทำความผิดหรือไม่นั้น หากมิได้ระบุถึงกรณีเจ้าของทรัพย์แท้จริงมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด จะตีความให้ริบทรัพย์ของบุคคลอื่นที่มิได้รู้เห็นเป็นใจไม่ได้ กรณีต้องบังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 ซึ่งให้สิทธิเจ้าของแท้จริงร้องขอคืนทรัพย

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้คืนอาวุธปืนของกลางแก่ผู้ร้อง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยใช้ปืนของผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของแท้จริงกระทำความผิดฐานนำอาวุธปืนเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติและล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำสั่งคืนปืนแก่ผู้ร้อง โจทก์ฎีกา

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2676/2521พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดหล่มสักโจทก์นายเวียง นามวิจิตรผู้ร้องนายนิคม ถองทอง กับพวกจำเลย ป.อ. ม. 33, ม. 36 พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ม. 29 พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2503 ม. 47 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 228 พ.ศ.2515 ข้อ 18พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 มาตรา 29 และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2503 มาตรา 47ซึ่งแก้ไขโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่228 ลงวันที่ 18 ตุลาคม 2515 ข้อ 18 บัญญัติในทำนองเดียวกันว่า"บรรดาอาวุธเครื่องมือ เครื่องใช้ ฯลฯ ซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิด ฯลฯ ให้ริบเสียทั้งสิ้น โดยมิต้องคำนึงว่าเป็นของผู้กระทำความผิด และมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาของศาลหรือไม่" นั้น แม้จะบัญญัติให้ริบทรัพย์สินของบุคคลอื่นได้ด้วยก็ตาม แต่มิได้บัญญัติมีข้อความระบุถึงกรณีที่เจ้าของทรัพย์สินแท้จริงมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด จะตีความว่าบทบัญญัติดังกล่าวมีความมุ่งหมายให้ริบทรัพย์ของบุคคลอื่นที่มิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดด้วยหาได้ไม่ กรณีจึงตกอยู่ในบังคับตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 36 ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของแท้จริงมีสิทธิร้องขออาวุธปืนของกลางคืนได้คดีนี้สืบเนื่องจากศาลพิพากษาลงโทษจำเลยและริบอาวุธปืนของกลางในความผิดฐานนำอาวุธปืนเข้าไปภายในเขตอุทยานแห่งชาติ แล้วใช้อาวุธปืนนั้นล่าสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลว่าอาวุธปืนเดี่ยวลูกซองยาวขนาด 12 หมายเลขทะเบียน ก.ท.19501274 ของกลางที่ศาลสั่งริบเป็นของผู้ร้องตามภาพถ่ายใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนท้ายคำร้อง ผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็