อัตราดอกเบี้ยผิดนัดสำหรับค่าชดเชย ค่าจ้างวันหยุดพักผ่อนประจำปี และเงินบำเหน็จสะสมหรือบำเหน็จพิเศษ
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 31 กำหนดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีสำหรับค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และค่าทำงานในวันหยุดที่ผิดนัด ส่วนค่าชดเชยและเงินบำเหน็จสะสมหรือบำเหน็จพิเศษ มิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้เป็นพิเศษ จึงใช้อัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 224 วรรคหนึ่ง ค่าชดเชยต้องจ่าย
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายดอกเบี้ยสำหรับค่าชดเชยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันเลิกจ้าง จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง
โจทก์เป็นพนักงานของจำเลย ถูกเลิกจ้างเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2539 โดยไม่มีความผิดและไม่บอกกล่าวล่วงหน้า ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย 178,020 บาท ค่าจ้างวันหยุดพักผ่อนประจำปี 11,268 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีนับแต่วันเลิกจ้าง และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 29,670 บาท เงินบำเหน็
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3476/2543นาย สมพล ลรรพรัตน์โจทก์ธนาคาร เอเชีย จำกัด (มหาชนจำเลย ป.พ.พ. ม. 224 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 31, ข้อ 32ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน อันเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์มิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดกรณีค่าชดเชยและเงินบำเหน็จสะสมหรือบำเหน็จพิเศษไว้เป็นพิเศษ ลูกจ้างจึงมีสิทธิเรียกดอกเบี้ยได้ในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 วรรคหนึ่ง ค่าชดเชยเป็นเงินที่จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างจะต้องจ่ายให้แก่โจทก์ในทันทีที่มีการเลิกจ้าง จึงถือว่าจำเลยผิดนัดจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์นับแต่วันเลิกจ้างเป็นต้นไป ส่วนค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีและเงินบำเหน็จสะสมหรือบำเหน็จพิเศษ ไม่มีกฎหมายบังคับให้จำเลยต้องจ่ายให้แก่โจทก์ ในทันทีนับแต่วันเลิกจ้าง เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ทวงถามให้จำเลย ชำระหนี้ดังกล่าว จึงต้องถือว่าจำเลยผิดนัดชำระหนี้นับแต่วันฟ้องโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2512 จำเลยจ้างโจทก์เป็นพนักงานประจำ ต่อมาได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการส่วนสารบรรณและทรัพย์สินควบคุมดูแลและบริหารเฉพาะหน่วยคลังพัสดุ ได้รับเงินเดือนอัตราสุดท้ายและเงินช่วยเหลือค่าครองชีพเป็นเงิน เดือนละ 29,670 บาทกำหนดจ่ายทุกวันที่ 25 ของเดือน วันที่ 28 สิงหาคม 2539 จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิด และไม่บอกกล่าวล่วงหน้า เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 178,020 บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 29,670 บาท ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีจำนวน11,268 บาท พร้อมค่าเสียหายนับแต่วันทำงานเป็นเวลา 27 ปี เป็นเงิน801,090 บาท ค